หลักการและความรู้เรื่องพลังงานภพภูมิ 

และการเชื่อมต่อ ทั้ง 3 โลกธาตุ

http://www.ainews1.com/article542.html

หลักการและความรู้เรื่องพลังงาน  ภพภูมิ  และการเชื่อมต่อ ทั้ง 3 โลกธาตุ  (วิชาเปิดโลก_หลวงปู่ดู่)
 เรื่องพลังงานนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน  ต้องอาศัยความเข้าใจ เป็นข้อหลักได้ดังนี้

  1. จักรวาลกว้างใหญ่  และมิได้มีเพียง 1 เดียว  มีพลังงานมากมายกระจัดกระจายอยู่  บ้างก็เป็นพลังงาน  บ้างก็เป็นธาตุ บ้างก็เป็นพลังงานกึ่งธาตุ  ผู้รู้หลักการน้อมนำ  จะนำพลังงานส่วนหนึ่งเหล่านั้นมาใช้ได้
  2. มนุษย์ก็มีพลังงานทั้งหยาบทั้งละเอียด  ทั้งวัดได้ ทั้งวัดไม่ได้  และมนุษย์ก็ยังพิเศษกว่าที่มีตัวเจตนา  พลังเหตุเจตนา  มีกำลังในการโน้มนำ  ชี้นำ  ถ่ายทอดพลังงานได้
  3. การโน้มนำ  ชี้นำ  ถ่ายทอดพลังงาน  จะแรง  และมหาศาลมากขึ้น  หากมีผู้ที่มีกำลังมากกว่า  มีบุญญาบารมี  มีการอธิษฐาน  และการสั่งสมมาเพื่อการนี้  มาเป็นผู้ต่อกระแส เพิ่มกระแส  ชักนำกระแส  แห่งการการโน้มนำ  ชี้นำ  ถ่ายทอดพลังงาน
  4. ธาตุหยาบต้องอาศัยธาตุละเอียดด้วย เพราะมีความคล่องตัวที่แตกต่างกัน ดังนั้นภพภูมิ  ทั้งมนุษย์และอมนุษย์ หากต่อกระแสกันได้  และเกื้อกูลกัน  จะทำให้เกิดกำลัง  และความคล่องตัวที่สูงยิ่ง
  5. มนุษย์อาศัยธาตุทั้งสี่เป็นกำลัง  อาศัยเจตนา  เป็นปัจจัยในการสร้างสรรค์ และทำลาย  แต่เรื่องบางเรื่องเช่นเรื่องพลังงานละเอียด  อมนุษย์ฝ่ายสุขคติภูมิย่อมมีกำลัง  และภูมิความเข้าใจภูมิรู้มากกว่า  ดังนั้น  หากทั้งสองเกื้อกูลกัน  สรรพกำลังจะบริบูรณ์
  6. อธิษฐานด้วยการเดินวิชาพระจักรพรรดิ  สามารถเชื่อมต่อภพภูมิ ทั้ง 3 แดนโลกธาตุได้  ด้วยพลังงานเมตตาเป็นตัวต้น  ครูบาอาจารย์ท่านจึงเรียกกันว่า  วิชาเปิดโลก  ที่นาน ๆที่จะเกิดขึ้นในวาระหนึ่งเท่านั้น
  7. การเดินวิชาตามตำรานั้น  องค์ประกอบความครบ  เว้นแต่ผู้เข้าใจพลังงานอย่างถ่องแท้ ก็ตัดบางสิ่งบางอย่างออกได้  แต่ตัดหลักสำคัญไปไม่ได้
  8. องค์ประกอบ  คือ
    8.1 พระผงจักรพรรดิ  เป็นสื่อกลาง  เสมือนจานรับสัญญาญ ดาวเทียม
    8.2 หลวงปู่ดู่  บารมีรวมหลวงปู่ เป็นต้นพลังงานพลังบุญที่จะรวมพลังงาน  รวมกองบุญกองอื่น  เป็นบารมีของมหาโพธิสัตว์  เสมือนแหล่งสัญญาณที่จะส่งภาพ โดยมีพระพุทธเจ้าทุกองค์เป็นประธาน
    8.3 ตัวเรา  ธาตุทั้ง 4 ขันธ์ทั้ง 5 กอง เปรียบเสมือนเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์
    8.4 จิตอธิษฐานที่มีกำลัง  และได้รับการปรับคลื่นพลังงานให้ตรงกันกับแหล่งพลังงานต้น  ด้วยพระคาถามหาจักรพรรดิ  เสมือนเสาอากาศ  หากมีแต่เครื่องรับโทรทัศน์แต่ขาดเสาสัญญาณก็ไม่สามารถรับสัญญาณโทรทัศน์ได้  ยิ่งกาลปัจจุบันคลื่นรบกวน  คือมารกิเลสทั้งหลาย  มีอยู่ทั่วทุกขณะทุกเวลา
    8.5 ความเข้าใจในหลักการโน้มนำ  ชี้เส้นทางพลังงานอย่างกุศลและนอบน้อมในสิ่งที่มีคุณ-มีประโยชน์   เป็นหัวใจสำคัญยิ่ง  เสมือนกระไฟฟ้าเลี้ยงเครื่องรับ  ประการนี้ก็ขาดเสียมิได้
    9ทุกวิชาหลวงปู่มีหลักที่ละไม่ได้คือ
                9.1 คาถาจักรพรรดิ์ (สร้างพลังงาน ติดต่อพลังงาน)
                9.2 คำอธิษฐาน(กำหนดเส้นทางพลังงาน)
                9. 3. บทสัพเพ (ส่งพลังงาน)
                9.4 จิตสบายที่สุดไร้ทุกข์ไร้กังวล (ความเป็นทิพย์ ที่มีกำลังสูง)

10โปรดหาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องภพภูมิ  ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง  ทั้งของฉบับเดิม  และของที่อธิบายโดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ  ความรู้ดังกล่าวจะทำให้เข้าใจในเรื่องภพภูมิได้พอสมควร
 
คาถาหัวใจวิชา
พระคาถามหาจักรพรรดิ

นะโมพุทธายะ พระพุทธะ ไตรรัตนะญาณ
มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา
พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ
พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา
อัคคีทานัง วะรังคันธัง สีวลีจะมหาเถรัง

อะหังวันทามิ  ทูระโต
อะหังวันทามิ    ธาตุโย
อะหังวันทามิ    สัพพะโส
พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ

คาถาอาราธนาพระเข้าตัว

สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา
พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง
อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส
(สวด 3 จบ หรือ 5 จบได้)

คำกำหนดอธิษฐานจิต

พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ

แสงทิพย์อริยธรรมของพระบรมธรรมบิดา อธิษฐามิ

อธิษฐานส่งวิญญาณ ปรับภพภูมิ แผ่บุญ หรือป้องกันวิญญาณ

หลักการ

การปรับภพปรับภูมิ แผ่บุญ

พลังของพระผงจักรพรรดิเป็นของสูง อานิสงค์ครอบจักรวาล หากฉลาดในการนำไปใช้ย่อมมีประโยชน์มหาศาล นำไปแผ่ให้ภพภูมิต่างๆ เขาไปเกิดเป็นเทวดา เขาจะจำเราได้ ย่อมจะช่วยเราในภายภาคหน้าที่มีวาระ เรียกว่ามาเป็นบริวารเรานั้นเอง บางครั้งเขาติดอยู่ในที่ๆหนึ่ง โดยที่ไปไหนไม่ได้ แล้วเราผ่านไปแล้วกำหนดแผ่บุญส่งวิญญาณให้เขา แทนที่เขาจะต้องติดอยู่ตรงนั้นไปอีกหลายพันหลายร้อยปี แต่เราช่วยเขา ดูสิว่ามีประโยชน์ขนาดไหน ผีที่พวกเล่นไสยดำเลี้ยงไว้เหมือนกัน คิดดูสิว่าผีโดนเจ้าพวกนี้ใช้ทรมาน ไม่ต่างอะไรจากทาส บุญก็ไม่อุทิศให้ เอาแต่อาหารคาวหยาบๆให้กิน หลอกล่อผีไปวันๆ แล้วเราไปแผ่ส่งวิญญาณเหล่านี้ไป คิดดูสิว่าเราช่วยพวกเขาได้มากขนาดไหน

หาก เราไปแห่งหนตำบลใดหากต้องการแผ่บุญปรับภพปรับภูมิส่งวิญญาณแก้ภูมิแถว นั้น ให้กำหนดขอพลังจากองค์พระ พร้อมบริกรรมบทพระจักรพรรดิแล้วน้อมแผ่ออกไป จะเป็นการส่งวิญญาณภพภูมิแถวนั้น โดยวิชานี้ทำได้แม้ยังไม่เห็นภพภูมิก็ตาม ขอแค่จิตเราน้อมไปด้วยความเป็นบุญเมตตาและหวังดี (การแผ่บุญครอบบุญ ใช้กับคนที่เราหวังดีได้ด้วยเช่นกัน หรือแม้กระทั่งกับศัตรูเรา ให้เขามาเป็นมิตรกับเรา ใช้ได้แม้กระทั่งสัตว์ ให้นึกถึงหลวงปู่แล้วครอบบุญ เป็นวิมานแก้วครอบตัวเขาไว้ จะช่วยปรับเขาให้เป็นสัมมาทิถิขึ้น แต่ต้องครอบบ่อย ๆ เพราะมนุษย์นั้นหยาบ โปรดยากกว่าวิญญาณหลายเท่านัก เมื่อความดีเขาไม่ถึง คลื่นความดีไม่ตรงกัน ไม่นานวิมานก็หลุด การครอบวิมานนี้ดีมากอีกเรื่องหนึ่ง คือ อย่างตามที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านเทศน์ “ จิตมีดวงเดียวท่องเที่ยวไป จิตคิดดีก่อนตาย ไปสวรรค์ จิตคิดชั่วก่อนตาย ไปนรก “ หากผู้ที่เราขอหลวงปู่ให้ครอบวิมานให้แล้ววิมานยังอยู่ ตอนตายเขาจะเห็นวิมานครอบตัวเองไว้สวยงาม จิตจึงคิดดี แบบนี้เขาก็ไปสวรรค์ได้ ลองคิดดูนะวิชานี้ไว้ใช้ตอนเกิดภัยพิบัติ(หากมันเกิดขึ้น) จะช่วยสรรพสัตว์ได้ขนาดไหน)

กำลังพุทธคุณของพระผงจักรพรรดิเรานำไป ใช้ในการปรับภพปรับภูมิเขาให้ดียิ่งๆ ขึ้นได้ โดยมิได้เป็นการใช้พุทธคุณในการเบียดเบียนเขา แต่เป็นการใช้กำลังเพื่อให้เขาโมทนาบุญซึ่งเรียกว่าการปรับภพปรับภูมิและเรา จะช่วยดวงวิญญาณได้จำนวนมาก การนำไปใช้ไม่ยากอาราธนาองค์พระกำไว้ในมือ สวดคาถาจักรพรรดิสัก 1 จบ (หากเราทรงกำลังพระจักรพรรดิมาตลอดด้วยการคลอ คาถามหาจักรพรรดิ ตลอดทุกอิริยาบถแล้ว ความเป็นทิพย์ของเรามีแล้ว ก็ไม่ต้องว่าคาถาอีก) ก็แล้วตามด้วยบทสัพเพ (บทนี้จำเป็นมากนับเป็นหัวใจของวิชาก็ว่าได้) แล้วก็นึกน้อมบุญนี้ให้แก่ดวงวิญญาณทั้งหลายที่เราต้องการแผ่บุญถึง นับได้ว่าพระผงจักรพรรดิใช้เพื่อการการแผ่บุญอย่างแท้จริง สงเคราะห์สัตว์โลกอย่างแท้จริง

ลำพังกำลังของเราแต่ถ่ายเดียวยังมิ อาจครอบคลุม ในการส่งวิญญาณได้ทั่ว ได้ถึง และมากพอ ขอจงโปรดขอบารมีคุณพระท่านช่วยเหลือให้ ซึ่งควรจะเน้นไปที่บารมีรวมของพระโพธิสัตว์ที่บารมีเต็ม อันมีหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญเป็นต้น โดยมี พระกำลังพระจักรพรรดินี้เป็นสื่อกลาง มีบทสัพเพเป็นบทอัญเชิญน้อมนำบารมี

วิธีการ

๑. กำพระในมือ จากนั้นโปรดกล่าวคำ อธิษฐานว่า
ข้าพเจ้า ผู้เป็นผู้รับใช้พระพุทธศาสนา ขออัญเชิญบารมีแห่งพระพุทธเจ้าทุก ๆพระองค์ นับตั้งแต่ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยมีพระบารมีรวมของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นที่สุด(หรืออาจจะเป็น หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค , หลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ , พระศรีอาริยะเมตรัย ก็ได้ ตามจริต ด้วยเหตุผลที่ว่าการอัญเชิญพระบารมี หรือการโน้มนำพระบารมีของพระมหาโพธิสัตว์นี้จะง่ายกว่า การโน้มนำพระบารมีแห่งพระผู้เข้าพระนิพพานแล้ว เนื่องจาก บารมีท่านมหาโพธิสัตว์เหล่านี้ยังไม่รวมตัว ยังคงกระจัดกระจายอยู่ทุกอณูในโลก) ขอได้โปรดส่งวิญญาณ ปรับภพปรับภูมิดวงวิญญาณของ......ชื่อนาม หรือกลุ่มก็ได้.....ให้สู่สุขติด้วยเถิด

๒. จากนั้นจึงกล่าว คำอัญเชิญพระเข้าตัว

สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา
พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง
อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส

(ในระหว่างนี้ให้วางจิตเบาๆ โน้มนำพระบารมีเข้าตัว หรือผู้ที่ได้แล้ว จะเห็นเองว่าจะมีพระบารมีเข้าตัวเป็นแสงสว่างวาบไปหมด ในขณะเดียวกับแสงนั้นก็พุ่งตรงไปยังดวงวิญญาณที่จะปรับภพปรับภูมิให้ แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ดวงวิญญาณทุกดวงที่จะรับบุญ บางวิญญาณที่มีมิจฉาทิฐิ หรือมีโมหะ คือ ไม่รู้เรื่องว่าโมทนาคืออะไร ก็จะยังไม่ได้รับ เราก็ต้องสัพเพฯ หลายๆรอบ จนบารพระท่านครอบกายทิพย์สว่างเย็นไปหมด ช่วยโน้มนำให้วิญญาณนั้นละพยศและความโง่นั้นได้สำเร็จ หรือบางทีต้องขอบารมีหลวงปู่ท่านแรงเป็นพิเศษ ที่เรียกว่า แบบ ” พายุทอนาโด ” อัดตูมเข้าไปเลย)

พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ  แสงทิพย์อริยธรรมของพระบรมธรรมบิดา อธิษฐามิ

๓. การป้องกันวิญญาณก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะรอนแรมไปในที่แห่งใด ผู้ที่คล้องและทรงกำลังพระจักรพรรดิ รัศมีจะสว่าง จนดวงวิญญาณพากันมาดูด้วยความสงสัยว่า คืออะไร ตรงนี้ก็ให้ถือโอกาสแผ่บุญตามหลักการข้างต้น ผูกมิตรกับวิญญาณเจ้าถิ่นไว้ วิธีนี้ได้ประโยชน์มาก มีวิญญาณมากหลายอยู่มานับพันปีไม่มีที่ไป เราส่งวิญญาณให้เขา ต่อไปเมื่อมีวาระเขาจะกลับมาช่วยเรา วิชานี้ท่านโพธิสัตว์หรือพุทธภูมิทุกท่าน น่าจะศึกษาและปฏิบัติ เพราะเป็นวิชาสร้างบริวารอย่างหนึ่ง แต่ขอจงโปรดอย่าวางอารมณ์ว่าจะสร้างบริวารเลย ขอวางอารมณ์ด้วยเมตตาธรรม พรหมวิหารธรรมเถิด ขอโมทนา......

๔. ขอโปรด ส่งวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรของท่านด้วย พระสูตรของหลวงปู่ท่านสร้างไว้อย่างฉลาดมาก ท่านสอนให้ปรับภพปรับภูมิอยู่เสมอ เพราะเป็นการส่งดวงวิญญาณทั้งทั่วไปและที่มาจองเวร ป้องกันความเดือดร้อนทั้งผู้สร้างและผู้รับพระไปบูชาติดตัว

การนำไปใช้จริง

๑. ให้หมั่นส่งวิญญาณอยู่เสมอไม่ว่าจะเดินทางไปในที่แห่งไหนโดยเฉพาะเวลาไปจ่าย ตลาดในตลาดสด วิญญาณสัตว์ที่พึ่งตาย หรือที่ค้างอยู่มีมหาศาลทุก ๆวัน ตามป่าช้าหรือข้างทาง บางทีเวลาผมเดินทางไกล หลวงตาม้าบอกให้เปล่งกระแสบุญให้สว่างและให้ไกลมาก ๆ พร้อมทั้งอธิษฐานให้ทรงทั้งยามหลับยามตื่น เพราะเหล่าวิญญาณจะได้โมทนา บางทีก็ครอบให้เสร็จสรรพ แบบมัดมือให้เลย เดินทางไปต่างจังหวัดแต่ละทีก็เก็บได้มหาศาล

ยิ่งทำบ่อยๆยิ่งคล่อง ครับ ถ้าทำคล่องแล้วต่อไปเวลากำหนดแผ่ก็กำพระแล้วน้อมกำลังบุญไปได้แค่กำหนดจิต ชั่วขณะโดยไม่ต้องใช้คำพูดก็ยังได้ ขอแค่ให้ใจทรงกำลังทั้งหมดที่อาราธนามาในขณะนั้นได้ก็พอ แล้วก็กำหนดแผ่ไปได้เลย ขณะกำพระ แต่ถ้าเป็นการอฐิษฐานใหญ่หรือการสวดมนต์ประจำวัน ก็อฐิษฐานใหญ่ตามเนื้อหาใน “ ตัวอย่างคำอธิษฐานจิตที่แนะนำให้ใช้เป็นประจำ ” ซึ่งจัดพิมพ์ให้โหลดไว้พร้อมกันแล้ว แล้วก็แผ่ไปทั่ว 3 โลก ไม่ว่าพรหมโลก เทวโลก มนุษยโลก ภพภูมิน้อยใหญ่ต่างๆ นรกโลก และทุกๆอบายภูมิ ผู้มีพระคุณแก่ข้าพเจ้า ครอบครัว เพื่อนฝูง คนที่เกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับข้าพเจ้าทุกๆคน ญาติข้าพเจ้าทั้งหมดในโลกทิพย์ บริวารข้าพเจ้าทั้งหมด เทวดาประจำตัวข้าพเจ้าทั้งหมด เจ้ากรรมนายเวรข้าพเจ้า <--- แผ่ไปให้ภพภูมิ เหล่านี้ครับเวลาอฐิษฐานใหญ่

๒. ก่อนทานอาหารหลวงตาแนะนำให้ส่งวิญญาณด้วย ให้ทำจนเป็นนิสัย เอาแบบให้กวาดมือเหนืออาหารทีเดียวให้ส่งให้หมด แม้แต่บะหมี่หมูสับก็ให้ส่งวิญญาณด้วย หลวงตาบอกว่าเนื้อไม่ว่าชิ้นเล็กชิ้นน้อย จะเป็นชิ้นหรือเป็นน้ำก็มีกระแสโยงถึงวิญญาณเจ้าของธาตุนั้นได้ ส่งให้เนื้อ กระแสบุญจะส่งถึงวิญาณเอง คนที่ชอบทานมังสะวิรัติ นอกจากไม่ทานเนื้อแล้วน่าจะทรงวิชานี้ด้วยนะครับ

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html   Bookmark and Share