Space Dome Pyramid_ที่หลบภัย

http://www.ainews1.com/article598.html

 
 Space Dome Pyramid     มีเรื่องสืบเนื่องมาจากหลายๆเหตุปัจจัย และความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติรุนแรงมากขึ้นโดยลำดับ ตรงกับขั้นตอนต่างๆในพุทธทำนาย และการคาดการณ์ล่วงหน้ามาโดยต่อเนื่องของคุณ Zeta ซึ่งเป็นชาวต่างดาว ที่มีจิตใจดี ให้ความเมตตาส่งข่าวต่างๆในทุกๆสาขาที่โลกกำลังประสบ และจะประสบมากขึ้นจนถึงวันเวลาที่โลกจะต้องย้ายขั้ว ทั้งนี้เกิดขึ้นจากเหตุปัจจัยภายนอกโลก และแรงโน้มถ่วงของโลกมากขึ้นจากผลความประพฤติโดยรวมของคนบนโลกนี้ ที่กระทำตนให้เป็นคนที่หนักแผ่นดิน เรื่องนี้ทีแรกได้ฟังมาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจดีนัก ว่ามันจะหนักแผ่นดินได้อย่างไร ในแง่ทางกายภาพ แต่เมื่อได้รับคำอธิบายพร้อมกับคำยืนยันจากคุณ Zeta ในเรื่องนี้จึงทำให้เข้าใจดีขึ้น
 
คุณ Zeta กล่าวว่าหากโลกนี้ มีผู้ที่มีจิตใจดีมากกว่า 89% ซึ่งเป็นมติของ Council of Worlds โลกจะปรับยกขึ้นสู่ 4th density ซึ่งเบากว่า 3rd density ที่เราอาศัยอยู่ในปัจจุบัน จะทำให้โลกเบาขึ้น มีแรงโน้มถ่วงน้อย จนดาวหางที่สวนทางมาใกล้ในระยะเพียง 14 ล้านไมล์ไม่สามารถมีอิทธิพล ส่งสนามแม่เหล็กมาลากจูงโลกในระยะประชิด จนโลกต้องย้ายขั้วไปมากกว่า 90 องศา นำพาพื้นที่ประเทศไทยไปอยู่โซนขั้วโลกใต้ จะมีภูมิอากาศคล้ายกับประเทศแคนาดาในปัจจุบัน (หลวงพ่อพระราชพรหมยานเถระ จึงได้บอกลูกหลานของท่าน ให้เตรียมซื้อหาเครื่องนุ่งห่มกันหนาวเอาไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เมื่อประมาณ พ.ศ.2528) โลกก็จะไม่ประสบเหตุเภทภัยรุนแรง ถึงกับต้องย้ายขั้ว อันมาจากดาวหางดวงขนาดใหญ่กว่าโลก 4 เท่า และยังมีมวลมากกว่าโลกถึง 23 เท่าอีกด้วย อุดมไปด้วยธาตุเหล็กเช่นเดียวกับโลก
 
เมื่อดาวหางดวงใหญ่นี้มาโคจรสวนทางกับโลก ในระยะทางเพียง 14 ล้านไมล์ใกล้กับดวงอาทิตย์ในช่วงขาออก (ขาเข้าดาวหางดวงเดียวกันนี้ มาปรากฏเมื่อปี 2003 โลกประสบเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ไปทั่วโลก โดยทะลุ ระนาบโคจรของโลก ห่างจากโลก โดยขณะนั้นโลกกำลังโคจรอยู่อีกซีกหนึ่งของดวงอาทิตย์ เป็นดาวกั้นไว้ตรงกลาง โลกจึงได้รับผลกระทบไม่มากนัก) แรงดึงดูดของสนามแม่เหล็กของดาวดวงนี้ จึงมีมากเป็นพิเศษ จนมนุษย์บนโลกนี้คาดไม่ถึง และเหตุการณ์เหล่านี้กว่าจะเกิดขึ้นแต่ละครั้ง กินระยะเวลาร่วม 3,600 ปี จึงทิ้งหลักฐานร่องรอยอดีตเอาไว้น้อยเต็มที
 
แต่ด้วยหลายๆเหตุการณ์ของภัยธรรมชาติที่กำลังเกิดขึ้นถี่ และรุนแรงเพิ่มขึ้นโดยลำดับ และจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงทั่วโลกในปี 2555 นี้ ผู้ที่ไม่ประมาท และเข้าใจคำเตือนและคำแนะนำของ หลวงปู่ใหญ่โลกอุดร ก็ควรเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ล่วงหน้า และเตรียมวิเคราะห์หาสถานที่ปลอดภัย ไม่ต่างไปกับสัตว์หลายๆชนิด เช่นมด ถ้าท่านช่างสังเกต พวกเขาจะเริ่มอพยพไปสู่ที่สูงกว่าที่เคยอยู่แนบกับดิน หรือตามเศษใบไม้ไบหญ้าแห้ง แต่ปัจจุบันมดจะอพยพย้ายขึ้นสู่ที่สูงกว่าเดิมประมาณ 1.5 เมตร ใน เขต กทม. สัตว์หลายๆชนิดจะสามารถรับคลื่นแม่เหล็กความถี่ต่ำได้ดี คลื่นเหล่านี้ส่งออกมาจากแรงบดอัดของชั้นหินใต้โลก ก่อนการแตกหัก และเกิดแผ่นดินไหวขนาดต่างๆตามมา
 
คลื่นความถี่ต่ำเหล่านี้ จะสร้างความไม่สบายให้เกิดแก่ชีวิตร่างกายของเขา เป็นตัวกระตุ้นให้พวกเขาย้ายถิ่นฐานออกไปให้พ้นรัศมีอันตราย ที่กำลังเกิดขึ้นแก่เขา โดยร่างกายของเขาจะเป็นตัวมอนนิเตอร์ไปในตัวเสร็จ บ่งบอกว่าที่ตรงไหนเป็นปกติพอแล้วหรือยัง ก็นับว่าพวกเขาก็เป็นสิ่งบอกเหตุ เตือนสติให้แก่มนุษย์ได้เหมือนกัน ส่วนจะล่วงหน้ามากน้อยไม่เท่ากัน จึงอยู่ที่มนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์มีสติปัญญา จึงไม่ควรอยู่นิ่งเฉย ละโอกาสค้นหาต้นเหตุของคำทำนายต่างๆ ที่บอกถึงผลโดยการสรุปให้สั้นที่สุด เพื่อไม่ให้การส่งต่อข่าวสารคาดเคลื่อนใจความไปจากเดิมให้มีน้อยที่สุด
 
เช่นพระพุทธองค์ ทรงกล่าวเอาไว้กับพระอานนท์ว่า ใน ปี 2555 มนุษย์จะเปลี่ยนจากเดินเป็นคลาน เมื่อคนทั่วไปได้ฟังแล้ว ก็อาจรู้สึกว่า ฟังดูแปลกๆนะ ไม่น่าจะเป็นไปได้กระมัง มีคนจำนวนมากสรุปเอาเองว่าเป็นไปไม่ได้ และนี่ก็ใกล้เวลาเข้ามาเต็มทนแล้ว แต่หากเมื่อเราได้ฟั้งพระองค์กล่าวเอาไว้อย่างนั้น น่าจะยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นแก่บรรดาลูกหลานในรุ่นต่อๆไปแน่ๆ ด้วยคำตรัสเหล่านี้ออกมาจากพระเมตตาอันบริสุทธิ์ และด้วยญานทัสสนะอันเที่ยงตรงยาวไกลนับไม่ได้นั่นเอง โดยเฉพาะพวกที่ยังมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาที่พระองค์ทรงกล่าวถึงคือ ปี พ.ศ. 2555
 
ปีนักษัตรของคนโบราณจะเปลี่ยนปีใหม่หลัง 15 เมษายน ไปแล้ว นี่ก็เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว มารอดูต่อไปว่าภายใน 15 เมษายน นี้จะมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นกับโลกนี้หรือไม่ ทั้งนี้หากเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกอย่างสม่ำเสมอ ก็พอมองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่กระชั้นเข้ามาเรื่อยๆ
 
ในเรื่องผลของพุทธพยากรณ์ดังกล่าว เมื่อได้พยายามค้นหาสาเหตุเรื่อยมาได้ระยะหนึง ก็พบว่าโลกจะประสบกับความเปลี่ยนแปลงจากการกระทำจากภายนอกโลก ทำให้โลกเกิดความแปรปรวนทั้งในแกนกลางแมกม่าสนามแม่เหล็กของโลกขนาดพอๆกับดวงจันทร์ ซึ่งมีองค์ประกอบของแร่เหล็กอยู่มาก ไวต่อสนามแม่เหล็ก และต่อเปลือกโลก และแผ่นน้ำแผ่นฟ้า คืออากาศ ที่จะเกิดการแปรปรวนหนักข้อขึ้นตลอดเวลา เช่นในปัจจุบัน มีเหตุให้เกิดแผ่นดินไหว วันละหลายๆครั้ง ในที่ต่างๆ และรุนแรงขึ้นโดยลำดับ
 
คุณ Zeta เป็นชาวต่างดาว ๆคณะนี้อยู่ห่างไกลโลกออกไปมากหลายล้านปีแสง แต่เวลาไม่เป็นปัญหาในการเดินทางในมิติที่ 4 ของพวกเขา ที่มีไอคิว 287 และอายุมากกว่า 50,000 ปี ยานอวกาศของพวกเขา เคลื่อนที่ด้วยความเร็วมากกว่าความเร็วแสงในมิติที่ 4 หรือ 4th density มีความถี่สูงกว่าสูงกว่า และเบากว่าของมนุษย์ในมิติที่ 3 และไร้เสียงในการเดินทาง นอกจากมีเจตนาต้องการส่งสัญญานให้มนุษย์ทราบว่ากำลังมียาน UFO กำลังบินในมิติที่ 3 อยู่บนฟ้า ให้ผู้อยู่ข้างล่างเงยหน้าขึ้นมองดู ก็จะพบยานของพวกเขา ที่เจตนาบินมาให้เห็นด้วยวัตถุประสงค์บางอย่าง
 
ผู้ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวเช่นคุณ Zeta และได้เห็นเหตุการณ์ต่างๆมามาก มีข้อมูลมาก จึงสามารถคาดการณ์ต่างๆล่วงหน้าได้ค่อนข้างแม่นยำ ในเชิงวิทยาศาสตร์ หากโลกต้องย้ายขั้วอย่างรวดเร็ว แล้วหยุดลงฉับพลันภายในเวลาไม่กี่นาที เคลื่อนที่ไปมากกว่า 90 องศาหรือมากกว่า 4,000 กิโลเมตร สภาพตัวเบาหวิว เหมือนนั่งเครื่องบินตกหลุมอากาศ แล้วเครื่องปรับระดับลงมาที่อากาศหนาแน่นปกติ นับพันๆฟุตเท่านั้น ปีกเครื่องบินจะสั่นสะท้านส่งแรงสะเทือนไปทั่วทั้งลำทีเดียว ผู้โดยสารทั้งลำจะนิ่งเงียบกริบทีเดียว แม้กำลังเมาไวน์อยู่ก็ตาม โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า เนื่องจากสถานีเรดาร์ที่กำลังควบคุมเส้นทางการบินก็ไม่ทราบมาล่วงหน้าเหมือนกัน ว่าระยะทางข้างหน้าเครื่องบินจะพบหลุมอากาศขนาดใหญ่ กัปตันจึงไม่ได้เตือนผู้โดยสารให้คาดเข็มขัดล่วงหน้า
 
  • แรงG หรือแรงโน้มถ่วงลดและเพิ่มกระทันหัน หากโลกต้องเดินทางอย่างเร็วมากกว่าครึ่งโลก แล้วหยุดลงแบบกระทันหัน แรงจี หรือน้ำหนักตัวอาจเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าตัว หากท่านเคยมีน้ำหนักตัว 70 กิโลกรัม น้ำหนักตัวท่านก็จะหนักเพิ่มขึ้นกลายเป็น 140 หรือ 210 กิโลกรัมโดยทันที แน่นอนท่านย่อมฝืนยืนอยู่ไม่ได้แน่ นั่นแหละคนจึงต้องลงคลาน อันนี้เป็นประเด็นหลัก
  • ยังมีประเด็นอื่นๆตามมาอีก Magnetic Surge หากมีการบีบอัดอย่างแรงในชั้นหินใต้เปลือกโลก มันจะส้งผลให้เกิด แม๊คเนติคเซิร์ส ซึ่งมีผลต่อการเต้นของหัวใจ ที่อาจช๊อกหมดสติหรือตายได้ หากเมื่อเริ่มสัมผัสอาการตัวเบาแล้วตกใจสุดขีดในวาระแรก ก็ไม่เป็นผลดีตอนหนึ่งแล้ว
  • และประเด็นต่อไป กาซออกซิเจนเหลือน้อย การระเบิดของวัสดุเชื้อเพลิง และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่มนุษย์ถูกเตือนโดยชาวต่างดาวว่า มนุษย์ไม่ควรนำเทคโนโลยี่ชนิดนี้มาใช้ เวลาเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง มนุษย์จะควบคุมความเสียหายใหญ่โตเอาไว้ไม่ได้ เช่นเดียวกั้บที่เกิดขึ้นที่เชอร์โนบิล และที่ฟูกูชิมะที่ญี่ปุ่น โรงกลั่นน้ำมัน คลังเก็บน้ำมัน คลังแสงร้ายแรงต่างๆทั่วโลก และสารประกอบน้ำมันจากส่วนหางของดาวหาง ที่จะกลายเป็นฝนเพลิงเมื่อพบกับอากาศของโลก และสายฟ้า ฝนเพลิงก็จะลุกท่วมท้องฟ้า แล้วยังมีกาซ มีเทนที่อยู่ในเปลือกโลกจำนวนมหาศาล จะผุดขึ้นมาเมื่อเปลือกโลกแยกตัว

หรือแผ่นน้ำแข็งในบริเวณขั้วโลกเริ่มละลายเนื่องจากความร้อนใต้โลกเพิ่มขึ้น กาซนี้ไวไฟ และติดไฟง่ายมีอันตรายสูงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ 23 เท่า เหตุระเบิดและการเผาไหม้ทุกชนิดจะใช้ออกซิเจนของโลกไปพร้อมๆกันทั่วโลกจำนวนมากผิดปกติ เป็นเหตุให้ออกซิเจนของโลกเบาบางไปชั่วคราว หากท่านตื่นเต้นตกใจออกกำลังหนัก ร่างกายจะขาดออกซิเจน และอาจเสียชีวิต เนื่องจากร่างกายได้รับกาซออกซิเจนเข้าไปไม่เพียงพอ

การดำรงค์สติมั่นคิดถึงความตาย ใช้ออกซิเจนให้น้อยที่สุด หรือหัดเข้าฌานเอาไว้ให้คล่องแคล่ว มีพระพุทธองค์ มีพระธรรม มีพระอริยะสงฆ์ เป็นสรณะที่พึ่ง ย่อมเป็นการดีกว่า ปลอดภัยกว่า และมีโอกาสผ่านเหตุฉุกเฉินที่สุดในชีวิต รอดพ้นไปได้ ท่านก็ยังมีโอกาสใช้ร่างกายที่ได้มายากนี้ ทำความดีได้ต่อไป จนกว่าจะสิ้นอายุขัย อาจได้กลับบ้านเดิมในคราวนี้ก็ได้ หากท่านต้องการอย่างแท้จริง และควรฝึกช่วยตนเองให้ได้ตลอดชีวิต จนกว่าจะถึงวันตาย ไม่ต้องเป็นภาระของผู้อื่นต้องมาคอยดูแลบริการ โดยฝึกทฤษฎีโพเพทัสของ หมอแกนให้คล่องแคล่ว พร้อมกับยังส่งโปรแกรมไมโครชิพไปช่วยเหลือผู้อื่นทั่วโลกได้อีกด้วย

ในเรื่องความปลอดภัยในชีวิต น่าจะเป็นข่าวดีของชนชาวไทย ที่หลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดรได้เร่งรัดให้ก่อสร้างพระใหญ่ป้องกันภัยทั่วทุกทิศขึ้นที่จังหวัดเลย และได้ก่อสร้างเสร็จสิ้นเรียบร้อยไปแล้วเมื่อปลายปี 2555 และอีกประการหนึ่งข้าพเจ้าเพิ่งมาได้ความรู้การใช้อุปกรณ์พิเศษของพระมหาเจดีย์ 80 วาของสมเด็จองค์ปฐมฯที่มีโอกาสได้รับใช้ออกแบบและก่อสร้างองค์จำลองเมื่อ 20 ปีมาแล้ว ในลักษณะองค์กลมหรืออินฟินิตี้เหลี่ยม ในมุมเท 77 องศา ซึ่งตรงกับมุมลาดชันของพีระมิดรุ่นใหม่ที่พระอาจารย์รัตน์เพิ่งค้นพบว่ามีประสิทธิภาพสูง ข้าพเจ้าจึงได้น้อมอาราธนาพลังบารมีของพระมหาเจดีย์อันอุดมด้วยแสงทิพย์อยู่ด้วยนั้น แจกจ่ายออกไปกั้นกางคุ้มภัยให้กับท่านสาธุชน ที่ตั้งอยู่ในศีลธรรมอันดี รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ทั่วโลก ให้ทุกๆคนได้รับอานิสงส์นี้โดยทั่วกันตลอดเวลา ให้จงมีชีวิตรอดปลอดภัยเข้าสู่โลกยุคใหม่พลังงานใหม่โดยทั่วกัน

 

พืชอะไรที่ไม่ควรลืมนึกถึง คงจะเป็นการดี หากใกล้ๆกับทำเลที่หลบภัย ท่านจะปลูกกล้วยน้ำว้าเอาไว้มากๆ ใช้ใบกล้วยผลิตออกซิเจนให้แก่บริเวณใกล้เคียง เสมือนติดตั้งแหล่งผลิตกาซ ออกซิเจนสำรองเอาไว้ใช้ส่วนตัว โดยต้องไม่ลืมว่า ต้องเตรียมจัดหาแสงสว่างทดแทนยามค้ำคืน ที่พื้นที่โซนเอเซียจะมืดหลายวันติดต่อกันเอาไว้ด้วย ใบกล้วยจะได้ช่วยเปลี่ยนกาซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นออกซิเจน ให้ผู้อยู่ใกล้เคียงได้มีอากาศสดชื่น และยังจะได้อาหารธรรมชาติจากกล้วยน้ำว้าอีกปีละครั้ง/ต้นอีกด้วย

โดยท่านจึงต้องทะยอยปลูกกล้วยเอาไว้ ให้มีเครือออกมาตลอดทั้งปี วางแผนเอาไว้ล่วงหน้า ต้นพืชชนิดต่างๆของเมืองร้อน เมื่อพระอาทิตย์หรี่แสงลงในยุคโลกใหม่ ที่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมอกควัน แสงอาทิตย์ย่อมไม่เพียงพอแก่การสังเคราะห์แสงให้เต็มที่ บริเวณสวนผลไม้และสวนสมุนไพร จึงต้องการตัวช่วยในเรื่องแสงสว่างเพิ่มขึ้นเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับต้นแหล่งพลังงานไฟฟ้า จึงเป็นเรื่องใหญ่และใหม่ทีเดียว ที่อาจนำกระแสไฟฟ้าจากในอากาศและไอน้ำ ซึ่งมีอีเล็คตรอนอยู่มากตลอดเวลา

หากมีบ้านทรงพีระมิดหลังใหญ่อยู่แล้ว หาอุปกรณ์มาจับประจุไฟฟ้าเหล่านี้เอามาเข้าระบบไฟฟ้า เอาไว้ใช้ได้ตลอดเวลา ก็จะเป็นการประหยัดต้นทุนพลังงานได้ดีอีกทางเลือกหนึ่ง ส่วนการเพิ่มขนาดของพีระมิด ต้องใช้จิตในการขยายอาคารทรงพีระมิดให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

ในเรื่องนี้ไม่เกินวิสัยของทุกๆคน ที่จะฝึกทักษะในเรื่องนี้ได้ และยังสามารถนำไปช่วยให้การขับรถยนตร์ประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้นอีกด้วย โดยพีระมิดในรูปพลังงานสั่งการจากจิตจะไปขจัดแรงปะทะของพลังงานเส้นแรงแม่เหล็กออกไป ทำให้คันเร่งของรถเบาขึ้น จากการทดสอบผู้ขับรถยนตร์ทางไกล ที่ยืนยันในเรื่องคุณสมบัติของพีระมิด ที่เขาได้รับระหว่างการขับรถทางไกล

ส่วนท่านที่สนใจว่า แล้วจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร ในเรื่องนี้ ให้ท่านศึกษารายละเอียดของพีระมิด ในอิงธรรม หรือเข้ารับการอบรมจากพระอาจารย์รัตน์ ให้เกิดความเข้าใจพลังงานของพีระมิดดีแล้ว นำแถบแกนพีระมิดไปลองฝึกเองที่บ้าน ให้อยู่ในช่วงพิจารณาเส้นแสงพีระมิดคราวละ 40-60 นาที ให้มีสมาธิเพิ่มขึ้น ในอารมณ์เฉยๆ ไม่เอาทั้งบวกและลบ นั่งดูอยู่เฉยๆเช่นนั้น อันที่จริง ท่านไม่ได้นั่งอยู่เฉยๆ จิตกำลังสะสมเพิ่มความถี่สูงเพิ่มขึ้นตลอดเวลา จนปรากฏภาพในจิตของท่านว่า ตัวท่านได้เข้าไปนั่งอยู่ในพีระมิดหลังใหญ่ซ้อนขึ้นมา แล้วท่านลองปรับขนาดพีระมิดนั้นด้วยจิตของท่าน ให้ขนาดเปลี่ยนไปเท่าใดก็ได้

แล้วลองนำไปทดสอบกับการขับรถยนตร์ดู ปรับขนาดพีระมิดในจิตของท่านให้กว้างหน่อยสัก 5-10 กิโลเมตร เอายอดพีระมิดลงดิน และให้ผู้ขับเป็นคนมอนนิเตอร์ความแตกต่าง ระหว่างที่ใช้กับไม่ใช้พีระมิด ท่านก็จะได้คำตอบที่แตกต่างกัน รวมถึงจะทดสอบปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้ไปด้วยก็ได้ โดยต้องใช้สภาพถนนเปรียบเทียบในลักษณะเดียวกัน...คราวนี้ท่านก็จะเป็นผู้หนึ่ง ที่มีตัวช่วยพีระมิดไร้ขนาดแล้ว

เมื่อสร้างบ้านพีระมิดเอาไว้ใช้งาน พลังงานความถี่ของพลังงานและอีเล็คตรอนที่พากันหมุนเป็น เกลียวขึ้นสู่ยอดพีระมิดนั้น หากเป็นแกนกลวงหรืออากาศ เกลียวพลังงานจะมีความเข้มน้อยกว่าการมีวัตถุเนื้อแน่นเป็นตัวเสริมช่วย ดังนั้นเราจึงเสริมเสาคอนกรีตกลมใหญ่ที่แข็งแรงกันแผ่นดินไหวขนาด 10 ริกเตอร์เข้าไป เป็นสื่อให้พลังงานในรูป subatomic เดินทางขึ้นสู่ยอดพีระมิด ได้เข้มข้นเพิ่มมากขึ้นและทรงพลังมากกว่าเก่า ที่ปล่อยให่เดินทางในอากาศ

ผลพลอยได้ในประเด็นที่แก้ไขนี้เราจะเสียพื้นที่ส่วนหนึ่งกลางห้องไปก็จริง แต่เราจะต้องการจับอีเล็คตรอนที่ไหลเวียนขึ้นสู่ยอดพีระมิดเพิ่มมากขึ้นด้วย ด้วยแผ่นคอนเด็นซิ่งทองแดงเข้าสู่ระบบวงจรไฟฟ้า แทนการใช้แผงโซล่าเซลล์ ซึ่งจะใช้การไม่ได้เนื่องจากความเข้มของดวงอาทิตย์ไม่เพียงพอแสงอาทิตย์มันมัน Dim ลง ใน 4th density เรือนพีระมิดจึงเป็นอีกคำตอบของพลังงานจักรวาล ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนในรายละเอียด ต้องทำการดัดแปลงแก้ไขด้านวงจรไฟฟ้าต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องง่ายแล้ว เมื่อมีแหล่งให้จับประจุไฟฟ้า หรือนำเอาอีเล็คตรอนจากธรรมชาติหรือจักรวาลมาใช้ประโยชน์ 

เมื่อเราติดตั้งเสากลมตรงกลางบ้านพีระมิดแล้ว หากประยุคเครื่องเรียกฝนเข้าไป หรือเครื่องทำความร้อน ในหลักการคล้ายกับที่ทางสวนบรูณรักษ์ธรรม ของพระอาจารย์รัตน์ ได้ทำศูนย์สาธิต การใช้พลังงานพีระมิดป้องกันภัยธรรมชาติ ในรูปแบบต่างๆเอาไว้นั้น ท่านให้ความเห็นว่า การใช้ประโยชน์ต่างๆจากบ้านพีระมิดนั้นก็ใช้ได้ในลักษณะเดียวกัน ซึงประเด็นนี้ต้องทำบ้านต้นแบบสาธิตออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม  แล้วทุกคนก็จะเข้าใจมากขึ้นและเกิดความมั่นใจ ต่อการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์หลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน

ที่กล่าวมาข้างต้น ปัจจุบันนี้ได้มาลงทุนซื้อที่ดินขนาด 1 ไร่ที่ทุ่งหัวช้าง และได้สร้างอาคารพีระมิด ทรงสี่เหลี่ยม ห้าเหลี่ยม และแปดเหลี่ยม รวมกันทั้งหมด 7 หลังเป็นอาคารชั้นเดียวใกล้จะแล้วเสร็จ วัสดุมุงหลังคาของตัวอาคารต่างๆ ที่มีส่วนประกอบของไม้ไผ่พ่นสีทอง ( yellow orange ) มองจากระยะไกลออกมาจะเห็นกลุ่มอาคารพีระมิดสีทองผุดขึ้นมาบนเนินในอ้อมกอดของทิวเขา สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 580 เมตร ไม่ห่างไกลจากภูเขาของอำเภอทุ่งหัวช้าง เลยเป็นที่มาของ Tung Hua Chang Golden Pyramids เป็นรีสอร์ตส่วนตัว สำหรับเป็นอาคารที่พักสำรองต่างจังหวัดของครอบครัวที่ยังอยู่ใน กทม 

ส่วนเรื่องผลิตพลังงานไฟฟ้าจากตัวอาคาร กำลังเร่งรัดสร้างหุ่นจำลองขนาด 1X1 เมตร เพื่อทดลองติดตั้งอุปกรณ์ดักจับกระแสไฟฟ้า ถ้าหากประสบผลสำเร็จจะได้นำมาขยายผลติดตั้งภายในตัวอาคารที่กล่าวแล้วข้างต้นเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ฟรีตลอดเวลา

เมื่อท่านได้ทำเลที่ปลอดภัยแล้ว ลองมาพิจารณาอาคารหลบภัยสร้างง่ายๆ 

ใช้หลบป้องกันภัยต่างๆทั้งก่อนการเปลี่ยนแปลง ระหว่างโลกเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงต่อเนื่อง มีฝน พายุหนักยาวนาน และมีปัญหาต่างๆดังกล่าวแล้วข้างต้น และหลังวิบัติกาลของโลกผ่านพ้นไปแล้ว โดมหลบภัยดังในภาพก็ยังสามารถใช้งานได้ โดยท่านอาจเพิ่มเครื่องช่วยทำความร้อนเข้าไป ส่วนอาคารห้องน้ำ และอาคารเอนกประสงค์ของกลุ่มย่อย จะออกแบบแยกเอาไว้ในบริเวณใกล้เคียง ให้เหมาะสมกับสภาพการใช้ชีวิตประจำวันในโลกยุคใหม่ ร่วมกันเป็นหมู่คณะย่อมๆ

ให้การช่วยเหลือเกื้อกูลกันตามกำลังความสามารถของแต่ละคน ในรูปการแลกเปลี่ยนแทนการจ้างงาน ซึ่งจะไม่มีอีกต่อไปในโลกยุคใหม่ ลูกศิษย์ของพระอาจารย์รัตน์ท่านหนึ่ง บอกเอาไว้ว่าโลกจะถอยหลังไปอีก 50 ปี แต่ในความเห็นของคุณ Zeta บอกว่าความเป็นอยู่แบบเดิมจะถอยหลังไปเป็นศตวรรษเลยทีเดียว และระบบอินเทอร์เน็ต จะไม่สามารถกู้คืนกลับมาใหม่ได้ แม้เจ้าของระบบจะได้วางแผนกู้คืนกลับมาอย่างดีเพียงใดก็ตาม ก็ขอให้ทุกคนรอดูกันต่อไป ถ้าประคองเอาชีวิตรอดปลอดภัยมาได้  จะได้สัมผัสว่าสถานี ISS หรือดาวเทียมดวงต่างๆ จะค่อยๆหายไป เนื่องจากถูกขยะอวกาศจากหางของดาวหางดวงใหญ่พุ่งชนเอา แตกหักเสียหายไปทีละดวง 2 ดวงจนหมด และมนุษย์ก็ไม่มีทรัพยากรใหม่เพียงพอในการส่งขึ้นไปทดแทน

เมื่อพูดถึงอินเทอร์เน็ต จะค่อยๆขาดหายไป จนเหลือแต่วิทยุคลื่นสั้นที่ยังใช้การได้ต่อไป ทุกคนก็คงพอนึกออกว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านตนเองจะจัดการเรื่องการเงินในธนาคารของแต่ละคนกันอย่างไร จะไม่ขอลงในรายละเอียด ขอให้เป็นการบ้านของผู้ที่มีเงินฝากทั้งหลายกันต่อไป และเมื่อวิบัติกาลของโลกผ่านพ้นไปแล้ว เศรษฐกิจพังหมดทุกระบบ ตามที่คุณ Zeta พยากรณ์เอาไว้ พร้อมยังพูดเอาไว้อีกว่าระบบเศรษฐกิจจะย่ำแย่ไปก่อน ที่โลกจะย้ายขั้วเกิดขึ้น (ก็ภัยธรรมชาติมาแต่ละที มันพังทีละหลายๆหมื่นล้านเหรียญ) ให้คอยจับตาดูอเมริกา ที่เป็นผู้ใช้ทรัพยากรประเทศเดียวมากถึง 60 % ที่เหลืออีก 40 %เฉลี่ยกันใช้ในประเทศทั่วโลกที่เหลือ และการซื้อขายสินค้าก็จะหมดไปด้วย....แล้วสังคมมนุษย์ยุคโลกใหม่จะอยู่กันแบบไหน ในเรื่องนี้ผู้มองเห็นทุกๆสิ่ง ไม่มีกาลเวลาเข้ามาเป็นอุปสรรค ลองย้อนกลับไปศึกษา ข้อมูลที่หลวงปู่ใหญ่ฯ ท่านได้เตือนลูกหลานเอาไว้อีกรอบ ค่อยๆอ่านช้าๆ

รูปตัดขวางอุโมงค์หลบภัยในช่วงวิบัติกาลของโลก

เมื่อเลือกทำเลที่จะก่อสร้างอาคารหลบภัยได้แล้ว ควรจะเป็นที่ลาดเอียงพอสมควร ให้สะดวกแก่การระบายน้ำฝนลงสู่ที่ต่ำได้ตลอดเวลาการใช้งาน รักษาให้ภายในอาคารแห้งอยู่เสมอ ให้ปลอด ภัยจากถูกน้ำท่วมทุกกรณี...และอยู่ในเกณฑ์ทำเลปลอดภัยที่คุณ Zeta แนะนำ

ส่วนที่พักภายในกว้างประมาณ 5 เมตรภายใต้หลังคาเหล็กรีดลอนอย่างหนาโค้งเกือบครึ่งวงกลมรัศมีประมาณ 3 เมตร ส่วนกลางเป็นพื้นเรียบกว้างประมาณ 2 เมตรสำหรับวางที่นอนได้ 4 ชิ้นพื้นที่ 2 ข้างซ้ายและขวาตามแนวยาวของตัวอาคาร เป็นคันดินโค้งๆ 2 ข้างสูงประมาณ 50 เซ็นติเมตรเป็นรูปครึ่งวงกลมอัดแน่น หรือปรับรูปร่างให้เข้ากับลักษณะการใช้สอยส่วนตัวให้นั่งเอน และพิงหลังได้

วัตถุประสงค์ของแนวคันดิน มีเอาไว้ป้องกันการลื่นไถล ระหว่างนอนราบในขณะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ที่คุณ Zeta คาดการณ์ไว้ว่าระหว่างที่นอนราบอาจมีการลื่นไถลไปถึง 3-4 ฟุต หากไม่มีคันดินเบรคเอาไว้ และไม่ควรมีสิ่งกีดขวางที่เป็นเหลี่ยมแหลมคม อันอาจเป็นอันตรายแก่ร่างกายได้ อาคารนี้ยาว 8 เมตร แบ่งได้เป็น 4 ช่วงๆละ 2 เมตร ซึ่งจะตรงกับช่วงเสารับโครงหลังคาพอดี คุณแนนซี่แนะนำว่า ไม่ควรยาวกว่านี้ หากมีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้น จะได้ลำเลียงออกไม่ยากนัก

รางดินระบายน้ำรอบอาคารหลบภัย ที่บริเวณก้นรางควรดาษคอนกรีต เพื่อป้องกันน้ำกัดเซาะหน้าดินเกิดขึ้น  ระหว่างระบายน้ำฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน การซ่อมแซมใดๆทำได้ไม่สะดวก จึงควรเตรียมการให้รอบครอบเพียงพอแต่แรก ระดับก้นรางให้มีระดับต่ำกว่าระดับที่พักภายในโดม ส่วนปริมาณน้ำก้นรางให้เผื่อไว้สูง 4-6 นิ้ว การขุดดินจากรางดินรอบอาคารจะนำมาถมอัดแน่น ให้แก่ส่วนที่เป็นคันดินภายในอาคารจะได้ไม่ต้องขนดินไกล ภายหลังจากเตรียมงานฐานรากของเสาต่างๆเสร็จแล้วก็ขุดดิน ทำการถมอัดแน่นบนคันดินได้ทันที ก่อนที่จะทำการมุงหลังคาต่อไป

เนื่องจากแรง จี ของโลกจะกลายเป็นศูนย์ และเป็นลบ เนื่องจากโลกหยุดหมุนรอบตนเอง และถูก PX ดูดเข้าไปใกล้ ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นลบมากน้อยแค่ไหน แต่ PX มีแรงดูดมากจนโลกทั้งใบเคลื่อนเข้าไปหา PX นั้น มีผู้ไปฝึกวิปัสสนาที่วัดดอยเกิ้ง ภายหลังพระอาจารย์รัตน์เล่าให้ฟังว่า เห็นคนตัวลอยขึ้นไปในอากาศ แม้จะพยายามยึดเกาะสิ่งไรไว้ก็ไม่สำเร็จ ส่วนคุณ แนนซี่ ตัวแทนของคุณ Zeta พูดถึงภาวะไร้แรงโน้มถ่วงของโลกในขณะนั้น วัตถุต่างๆลอยออกไปสู่อวกาศ ดังนั้นเมื่อทำฐานรากอาคาร ให้เพิ่มคานดินทั้ง 2 แนว ยึดฐานรากทั้งหมดเข้าด้วยกันให้แข็งแรงเพิ่มขึ้นด้วย เพื่อไม่ให้อาคารถูกแรงดูดลอยขึ้นสู่อวกาศ

ส่วนอุปกรณ์ภายนอกต่างๆที่อาจถูกดูดออกไป ระหว่างกำลังใช้งานเช่นเครื่องปั๊มน้ำ สำหรับโดมพีระมิด ก็ต้องยึดเอาไว้ให้แข็งแรงชั่วคราวระหว่างที่เกิด Poleshift การที่โลกสูญเสียแรง จี จนติดลบนั้น อาจจะไม่เกิดขึ้นทั่วโลกก็ได้ แต่โลกหมุนรอบตนเอง นำพาทุกส่วนของผิวโลกไปเผชิญหน้ากับ PX ซึ่งเป็นตัวส่งแรงดูดมายังโลก จึงไม่น่าวางใจ ว่าพื้นที่ในประเทศไทยจะไม่ถูกแรงจีติดลบเล่นงานเอา จึงต้องป้องกันในประเด็นนี้เอาไว้ล่วงหน้า

เท่าที่ติดตามศึกษารายละเอี่ยดพบว่า ที่ผิวของ PX มีแรงจีมากกว่าโลก 50 % คนที่นั่นจึงตัวสูงใหญ่ ถึง 8 ฟุตและแข็งแรงมากกว่าชาวโลกมนุษย์ใบนี้ จึงพออนุมาณได้ว่าแรงดูดจาก gravity และพลังของสนามแม่เหล็กน่าจะไม่เกิน 2 เท่าของแรงดูดปกติบนโลก ถ้าเรื่องสูญเสียแรง จี ของโลกเกิดขึ้นทั่วโลก คนและสัตว์คงจะถูกแรงดูดนี้ส่งขึ้นไปในอวกาศกันอย่างขนานใหญ่

แต่เท่าที่ศึกษารายงานของคุณ Zeta ในหลายๆเรื่อง ยังไม่มีผู้ส่งคำถาม ว่ามีคนและสัตว์ถูกแรงดูดนี้มากน้อยเพียงไร ส่วนผู้ที่เลือกทำเล ที่มีสภาพเป็น Neutral ไม่ถูกรบกวนด้วยแรงบวกและลบใดๆก็โชคดีไปแล้วขั้นหนึ่ง โดยการเตรียมการป้องกันต่างๆดังกล่าวแล้ว อาจไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงใดๆก็ได้ แต่เป็นเรื่องอนาคตที่ต้องติดตามดูต่อไป เปรียบเทียบกับพื้นที่โซนอื่นๆ

เมืองไทยในช่วงโลกหยุดหมุนรอบตนเองเกิดขึ้นแล้ว ภายหลังจากพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก อยู่ 6 วัน แล้วโลกจะค่อยๆหมุนรอบตนเองช้าลงเรื่อยๆเป็นเวลา 18 วัน ก่อนจะหยุดสนิทและมืดตลอดไปอีกประมาณ 6 วัน สำหรับด้านเอเชียซึ่งอยู่ทางฝั่งตรงกันข้ามกับฝั่งแอตแลนติค ที่หันเข้าหาดาวหาง และดวงอาทิตย์ซึงสว่างจ้าทั้ง 6 วัน 

ก่อนจะถึงนาทีระทึกใจ ที่โลกจะย้ายขั้วอย่างรวดเร็ว ก่อนถึงช่วงเวลาตรงจุดนี้ กำลังตรองอยู่ว่า หากมีวิทยุคลื่นสั้นเปิดทิ้งเอาไว้ตลอดเวลา และหากในทำเลนั้นมีคลื่นแม่เหล็กความถี่ต่ำ ส่งออกมาจากชั้นหินใต้ดินที่กำลังจะแตกหัก ส่งออกมารบกวนคลื่นวิทยุ มีเสียงกรี๊ดๆฟังวิทยุไม่ได้ ก็จะได้เปิดไซเลน แจ้งให้คนในบริเวณที่หลบภัย รีบเข้าประจำที่ของตัว และตั้งสติภาวนาตามที่ตนเองถนัด ไม่ต้องนึกอะไรนอกจากความตายแล้ว จะไปไหน ใสโปรแกรมจิตเอาไว้ล่วงหน้า พระองค์ท่านเป็นที่พึ่งได้

เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในซีกมืด ที่อาจจะเห็นฝนเพลิงมาปรากฏในท้องฟ้า หรือฝุ่นสีแดงอันเป็นพิษ และการสั่นไหวของเปลือกโลกเมื่อทำเลที่ท่านอยู่ มีรอยเลื่อนของเปลือกโลกอยู่ด้วยก็จะมีอาการสั่นไหวมากหน่อย ปัจจุบัน (8 ก.ค. 2554) เช้าและเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกดิน จะมองเห็นท้องฟ้ามีเมฆสูงที่เคยขาวๆกลายเป็นสีแดงอมชมพูบ่อยขึ้น ซึ่งเป็นการสะท้อนแสงของฝุ่นดาวหาง ที่จะมากและเข้มมากขึ้นไปจนกว่าดาวหางจะพ้นไป 

คงต้องคอยสังเกตว่า พื้นที่เขตจังหวัดลำพูนจะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด 

เมื่อปรับดินภายในอาคารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นำแผ่นพลาสติคใสมาปูลาดบนดินให้ทั่วกันทั้งหมด ส่วนปลายชายคาให้ฝังกลบแผ่นพลาสติคลงในดินลึกประมาณ 20 เซ็นติเมตร แล้วจึงปูทับด้วยเสื่อน้ำมัน ส่วนที่ราบตรงกลางโดม อาจใช้ที่นอนยางพาราหนา 2 นิ้ว สำหรับนอนได้เฉพาะคนก็จะสะดวกดี เมื่อมุงหลังคาเสร็จเรียบร้อย ให้อุดรอยต่อของดินและปลายกระเบื้องใต้หลังคาให้มิดชิดด้วยคอนกรีต กันสัตว์เลื้อยคลานและมดแมลงเข้ามาภายใน หรือจะทำเป็นแท่นสำหรับวางสิ่งของเบาๆด้วยก็ได้

ส่วนด้านปิดหัวท้ายของอาคาร มีแนวหลังคายื่นพ้นอาคารออกมาประมาณครึ่งเมตร ติดตั้งประตูเหล็กม้วน บานแฝดกว้างประมาณ 2 เมตร พร้อมกลอนนอกใน และติดตั้งมุ้งลวดแบบม้วนเก็บได้อยู่ด้านในของประตูเหล็กม้วน เพื่อใช้ป้องกันแมลงในระยะแรกๆของวิบัติกาล (ซึ่งยังมียุงและแมลงอยู่ เชื้อโรค แมลงต่างๆและยุงจะตายจากมนุษย์ไป เนื่องจากความหนาว) และใช้ระบายอากาศให้ถ่ายเท ส่วนด้านข้างนอกก่อกำแพงอิฐที่แข็งแรงกันดิน และแรงเขย่าของแผ่นดินไหว กล่าวคือให้มั่นคงแข็งแรงกว่าที่เคยปฏิบัติอีก 2 เท่าต้วเป็นอย่างน้อย ส่วนเหนือกำแพงกันดินติดตั้งบานเกร็ดระบายลม พร้อมมุ้งลวดในส่วนด้านในอาคาร ทั้งซีกซ้ายและขวา

อุปกรณ์ภายใน นอกจากเพื่อการอยู่อาศัยทั่วไปแล้ว แต่ละช่วงเสา 2X2 เมตร ติดตั้ง Space Dome Pyramid  ผู้ที่สนใจควรติดต่อป้าต้อย/คุณอินทิรา ในเว็บอิงธรรม เพื่อขอซื้อ แถบแกนพีระมิด สำรองเอาไว้ใช้ล่วงหน้า สำหรับการติดตั้ง SDP ให้เพียงพอกับจำนวนสมาชิกในกลุ่มของตน และจำเป็นต้องเตรียมเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรอง สำหรับเครื่องปั๊มน้ำ ป้อนระบบ SPD เอาไว้ด้วย โดยต้องตั้งอยู่บนความจริงที่ว่า ไม่ว่าระบบไฟฟ้า หรือระบบน้ำประปาที่รัฐเคยมีให้นั้น จะเหลือเพียงศูนย์เท่านั้น  ส่วนคุณสมบัติของ SDP เกิดประโยชน์อย่างไรนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่โลกเกิดการย้ายขั้วไปมากกว่า 90 องศา ภายในช่วงระยะเวลาเพียงไม่กี่นาที ศึกษาได้จากลิงค์นี้ 

เสาและโครงสร้างรับหลังคา หากเทียบกับโครงสร้างทั่วๆไป จะแตกต่างกันมาก และหลังจากมุงแผ่นเหล็กรีดลอนชุบสีอย่างหนา พร้อมแผ่นพีอีกันร้อนข้างใต้แล้ว ยังติดตั้งไม้กันดินเหนือหลังคา เป็นส่วนๆ เพื่อใส่แกลบรองพื้นและถมดินกันเสียง ความร้อน ความหนาวเย็น และฝนเพลิงและลูกไฟจากส่วนท้ายดาวหาง และปลูกพืชต่างๆที่เป็นประโยชน์เช่นต้นหญ้านาง และถั่วต่างๆเป็นต้น และควรติดตั้งสายล่อฟ้าเอาไว้ทั้งด้านหัวและท้าย ป้องกันฟ้าผ่าเอาไว้ด้วย เนื่องจากท้องฟ้าจะมีฟ้าคะนองรุนแรงผิดปกติ ส่วนพื้นที่บางแห่งของโลกอาจมีกระแสไฟฟ้าขึ้นจากชั้นหินที่บดอัดกันอย่างรุนแรงใกล้รอยเลื่อน ส่งความต่างศักดิ์ของประจุไฟฟ้าขึ้นสู่ก้อนเมฆบนท้องฟ้าเช่นเดียวกับที่ปรากฏที่ ฝอร์ด เวิร์ด ในมลรัฐเทกซัส

  สำหรับระบบแสงสว่าง ควรหาระบบหลอดไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานมากที่สุด และเป็นหลอดไฟฟ้าที่ทนทาน เนื่องจากว่าหลังโลกย้ายขั้วแล้ว โรงงานที่ผลิตหลอดไฟฟ้าเหล่านั้นจะไม่มีจำหน่ายอีกต่อไป ส่วนการเดินสายไฟฟ้าระหว่างตัวอาคาร ควรใช้สายไฟฟ้าหุ้มฉนวนสำหรับใช้ฝังเอาไว้ใต้ดินได้โดยตรง หุ้มด้วยแกลบ และควรเดินสายไฟให้เป็นแนวซิกแซกเอาไว้ หากเกิดแผ่นดินยืดขึ้นในทำเลตัวเลือกของท่าน สายไฟจะยังเหลือส่วนที่ยืดตัวตามได้ ช่วยป้องกันสายไฟฟ้าขาด และควรฝังให้ลึกเพียง 20 เซ็นติเมตรก็พอ และควรเลือกปลูกพืชบางชนิดเอาไว้แสดงตำแหน่งของแนวสายไฟฟ้าเหล่านั้น

สำหรับท่อน้ำระหว่างอาคาร ให้หลีกเลี่ยงการใช้ท่อพีวีซี สีฟ้าที่เมืองไทยมีใช้อยู่ ซึ่งมันไม่ใช่พีวีซีเกรดหนึ่ง เปลาะไม่เหนียวเช่นเดียวกับพีวีซีแท้ของออสเตรเลียหรือสหรัฐฯใช้อยู่ ให้เลือกใช้ท่อพีอี หรือท่อพีบี สำหรับท่อพีบีราคาอาจสูงกว่าท่อพีวีซี แต่มีคุณภาพสูงกว่า และควรเดินฝังดินในแนวซิกแซกเช่นเดียวกับการเดินสายไฟฟ้า และหุ้มแกลบเอาไว้ด้วย พร้อมปลูกต้นไม้เป็นสัญญลักษณ์ของตำแหน่งท่อน้ำ

ทำเลหลบภัยที่ปลอดภัย ที่คุณแนนซี่ ลีเดอร์แนะนำนั้น อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด ห่างจากชายฝั่งทะเล 133 กิโลเมตรขึ้นไป และอยู่ในที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 200 ฟุต (คำแนะนำของในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้อยู่สูงกว่าน้ำทะเล 100 เมตรขึ้นไป) และเป็นที่ราบระหว่างเขา ไม่อยู่ใกล้เขาเกินไป หากมีดินถล่มเกิดขึ้นจะได้ปลอดภัย และไมตั้งอยู่ในหุบเขา ที่มีทางน้ำผ่าน และไม่มีต้นไม้ใหญ่ พร้อมทั้งไม่แนะนำให้ขุดดินทำห้องใต้ดิน หรืออุโมงค์ดิน มีที่ดินทำการเกษตร และเลี้ยงสัตว์เช่นไก่ และแพะ จัดเตรียมอาหารแห้งและน้ำดื่ม ยารักษาโรคที่จำเป็น เมล็ดพันธุ์พืชต่างๆสำรองเอาไว้ใช้ 3-6 เดือน จนกว่าการปรับเปลี่ยนของอากาศ และสภาพพื้นดินจะเอื้ออำนวยต่อการเกษตรได้

เพิ่งได้ทราบจากคุณ Zeta ว่าหลัง Poleshift ไปแล้วจะมีฝนตกหนักแทบตลอดเวลา จึงต้อเตรียมโรงเรือนปลูกพืชผัก พร้อมแสงสว่างให้พืชผักเจริญเติบโตเอาไว้ด้วย และบางโซนจะมีเถ้าภูเขาไฟมาตกบนหลังคา ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเพาะปลูกพืชในระยะต้นๆหลังโลกย้ายขั้วไปอีกระยะหนึ่ง ทีแรกไม่เข้าใจว่าทำไมแนะนำปลูกพืชบนน้ำภายในอาคาร Hydroponics ในประเด็นนี

ได้ออกแบบอาคารที่พักส่วนกลาง สำหรับใช้ประโยชน์หลายๆอย่าง ให้ประหยัดและลดความยุ่งยากการก่อสร้างลงอีก ในรูปอาคารทรงพีระมิด ที่ไม่ต้องสร้างผนัง ระบายอากาศในตัวจากด้านชายคา ติดมุ้งลวด ส่วนผนังส่วนบนจะเน้นเพิ่มความร้อน ส่วนล่างเย็น ให้อากาศที่ร้อนกว่าเหนือศรีษะประมาณ 3 เมตรลอยขึ้นข้างบน ออกที่บริเวณหลังคาสองชั้น ซึ่งสามารถเพิ่มแสงสว่างจากหลังคาเล็ก ที่หันไปทางทิศตะวันออกในปัจจุบัน ซึ่งต่อไปจะกลายเป็นทิศเหนือ จึงใส่กระเบื้องกรองแสง ในทิศตะวันออกและตะวันตก ก็จะได้แสงเข้าทางแนวเหนือใต้ หลังจากโลกย้ายขั้วแล้ว

ส่วนอากาศจะเย็นสบายประมาณอากาศในเมืองคุณหมิงในปัจจุบัน ประมาณ 15-25 องศาเซ็นเซียส ด้วยตำแหน่งประเทศไทยลงไปอยู่โซนขั้วโลกใต้ก็ตาม แต่จะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกห่างจากจุดที่เป็นขั้วโลกใต้(อินเดีย)ประมาณ 4,000 กิโลเมตร พื้นที่ที่อยู่นอกวงกลมของขั้วโลกใต้ ในระยะมากกว่า 2,000 กิโลเมตรขึ้นไป อากาศจะเย็นสบาย โดยคุณ Zeta พูดถึงเมืองในบราซิลที่อยู่ห่างจากจุดขั้วโลกเหนือใหม่ 2,000 กิโลเมตรอากาศเย็นสบายคือค่อนข้างเย็น

ส่วนความหนาวเย็น ที่เราต้องการให้อุ่นขึ้น ก็เพิ่มเครื่องผลิตความร้อนพีระมิดให้อบอุ่นเอาไว้ด้วย อุปกรณ์พีระมิดทำความร้อนของพระอาจารย์รัตน์ น่าจะเป็นคำตอบที่ดี สำหรับเพิ่มความอบอุ่นในรัศมี 10-20 กิโลเมตร/เครื่อง

ระบบผลิตกระแสไฟฟ้าที่ประหยัดและเชื่อถือได้ จึงมีความจำเป็นไม่น้อย ซึ่งพระอาจารย์รัตน์ บอกว่าเมื่อถึงยุคของพีระมิด สามารถใช้แก้ปัญหาต่างๆได้ทุกเรื่อง ดังนั้นหากสามารถจับประจุไฟฟ้าจากอากาศโดยใช้พีระมิดได้ ตามที่มีชาวยุโรปได้ทดลองใช้พีระมิดขนาดย่อมเพียง 1 คูณ 1 เมตร ก็ทำไฟฟ้าให้พัดลมหมุนได้

ตัวอย่างการจัดผังของกลุ่มอาคาร

ลองแวะมาดูอาคารหมายเลข 1 ที่อยู่ตรงกลาง เป็นอาคารทรงพีระมิด ออกแบบให้เป็นอาคารเอนกประสงค์ สำหรับสมาชิกทุกคนในกลุ่ม สามารถมาใช้ร่วมกัน ในการทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน

  • จัดมุมสำหรับการเตรียมและปรุงอาหาร ที่กลิ่น และควันไม่เข้ามารบกวนพื้นที่ตรงกลาง
  • มีโต๊ะนั่งชนืดพับเก็บได้ พร้อมเก้าอี้พลาสติค ชนิดหนาทนทาน สำหรับซ้อนเก็บได้
  • มีมุมห้องสมุด สำหรับอ่านหนังสือ หรือใช้สอนหนังสือแก่กุลบุตรกุลธิดา ซึ่งต้องเรียนเองที่บ้าน พ่อแม่ที่ยังมีลูกเล็กๆอยู่ ให้จัดหาตำหรับตำราต่างๆที่ลูกจะต้องเรียนรู้เอาไว้ล่วงหน้า รวมทั้งสื่อด้านคอมพิวเตอร์ จอภาพ และเครื่องฉายสไลด์
  • สามารถดัดแปลงใช้เป็นที่บรรยายธรรม แลกเปลี่ยนความคิดกลุ่มย่อยได้ สำหรับผู้ที่มีความต้องการตรงกัน
  • มีผนังโดยรอบอาคารกันความร้อน หนาวได้อย่างดี และมีช่องแสงที่ใช้พลาสติกแทนกระจก จัดช่องระบายอากาศให้มีการถ่ายเทโดยธรรมชาติให้เพียงพอ ทั้งในช่วงก่อนวิบัติกาลของโลก และภายหลังที่เหตุการณ์ผ่านพ้นไปแล้ว

ปัญหาน้ำดื่ม ส่วนหนึ่งต้องมีถังสำรองนำดื่มเอาไว้ใช้ได้อย่างน้อย 3 เดือนต่อคน เนื่องจาก

น้ำฝนจะปนเปื้อนสารพิษ ส่วนน้ำใต้ดินมีโอกาสปนเปื้อนโลหะหนัก ที่เกิดจากการขับดัน

ของแมกม่าใต้เปลือกโลก ทำให้ชั้นเก็บน้ำใต้ดินมีโลหะหนักที่เป็นพิษเข้ามาปนเปื้อน ตามที่

คุณ Zeta ได้วิเคราะห์เอาไว้ จึงแนะนำให้เตรียมอุปกรณ์สำหรับกลั่นน้ำดื่ม หลายท่านคง

จะแย้งว่าน้ำกลั่นเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากขาดแร่ธาตุต่างๆที่จำเป็นต่อร่างกาย จึง

แนะนำให้เติมน้ำคลอโรฟีลตำรับหมอเขียวลงไปก่อนดื่ม

สั่งทำฝากลั่นสเตลเลส และหม้อน้ำเย็น (อาจสิ้นเปลืองมากกว่า)

รูปนี้ดัดแปลงจากวัสดุอุปกรณ์ที่มีจำหน่ายในท้องตลาด (แบบประหยัด)

เมื่อต้นปี 2554 ชาวน้ำได้เสนอต้นแบบการกลั่นน้ำจจากแสงอาทิตย์ ตามไดอะแกรมใน คลิปนี้ สามารถทำขนาดใหญ่ขนาด1-2 เมตรได้ ส่วนที่ให้น้ำเกาะก็เทโฟมด้านบนเพื่อให้พื้นที่ส่วนนี้เย็น ส่วนตัวถังใช้ไม้ไผ่อัดกันน้ำมาขดเป็นวงกลมแล้วเทคอนกรีตหุ้ม ควรให้หนาประมาณ 10 ซม. กันแผ่นดินไหว

ยังเหลือเวลาอีกกี่มากน้อย ที่จะเตรียมตัว....ปัจจุบันนี้ เท่าที่ติดตามวิถีการโคจรของ PX ได้มีผู้ถ่ายภาพดาวดำดาวคู่แฝดของโลก เมื่อปลายปี 2010 และจากคำบรรยายของคุณ Zeta กล่าวเอาไว้ว่าเมื่อ PX โคจรขาออกมาใกล้ดวงอาทิตย์ มันจะส่งสนามแม่เหล็ก มาจับยึด ดาวโลกและดาวศุกร์ 2 ดวงนี้ ให้อยู่ในถ้วยแม่เหล็กหรือ Eddy Flow ทำให้ดาวทั้ง 2 ดวงไม่สามารถโคจรรอบดวงอาทิตย์ได้ตามปกติ นอกจากแกนพลังงานแกว่งไปมาเป็นรูปเลข 8 เอาขั้วเหนือเบี่ยงหนีขั้วเหนือของ PX สร้างความปั่นป่วนให้แก่ แกนแมกม่าของโลก เปลือกโลกจะคลอนมากขึ้น ทำให้เกิดแผ่นดินยุบ แผ่นดินแยก ภูเขาไฟระเบิด และเกิดแผ่นดินไหวถี่ขึ้น ฤดูกาลจะไม่เปลี่ยนไปตามปกติ แจะไปต่อยอดด้วย แกนพลังงานแกว่งวันละ 2 รอบ ในช่วงเขต 8/10 เปลือกโลกคลอนเคลื่อนที่ตลอดเวลา จึงเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดต่อเนื่อง ไม่เกิดๆหยุดๆเช่นปี 54 และชายฝั่งทะเลจะมีคลื่นสูง 200-300 ฟุตกัดเซาะชายฝั่งในช่วง 9 วันที่เกิด Severe Wobble

หากแกนพลังงานของโลกแกว่งแรงขึ้น ขนาดของแผ่นดินไหวก็จะทวีเพิ่มขึ้น และมีคลื่นสึนามิตามมา ยุโรปตะวันตกกำลังจะถึงคิวต่อไป หลังจากเกิดการปรับตัวของบริเวณนิวแมดริด เป็นบริเวณกว้าง อาจส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหวระดับ 7-8 ริกเตอร์ และเกิดรอยแยกกลางท้องมหาสมุทรแอตแลนติคกว้างมากขึ้น นำทวีปอเมริกา หนีห่างจากทวีปยุโรปไปอีกเป็นร้อยๆไมล์ ระหว่างที่โลกถูกยึดอยู่ในถ้วยสนามแม่เหล็ก ดาวดำคู่แฝดของโลกที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับดวงอาทิตย์ก็จะโคจรไล่หลังโลกเข้ามามากขึ้นทางทิศตะวันตกบนวงโคจรเดียวกัน ที่มีผู้ถ่ายภาพมันได้นั่นเอง ปกติมันจะซ่อนตัวอยูหลังดวงอาทิตย์ คนอยู่บนโลกสังเกตหรือถ่ายภาพมันได้ยาก และเป็นสีเทาออกดำด้วย

สรุปว่าเมื่อคนบนโลกเริ่มจับภาพดาวดำคู่แฝดของโลกได้นั้น โลกและดาวศุกร์ควรจะถูกจับอยู่ในถ้วยสนามแม่เหล็ก ที่ดาวหาง PX ส่งมานั่นเอง...เมื่อดาวดำคู่แฝดโลก มาใกล้ประชิดด้านหลังโลกมันก็จะเป็นเหยื่อรายต่อไป ที่ถูก PX จับตัวเอาไว้ในถ้วยแม่เหล็ก เอาไว้ 3 ดวงด้วยกัน คราวนี้สนามแม่เหล็กปนเปกันหนาแน่นมากผิดปกติ ทำให้ดาว 3 ดวงนี้กระเด็นกระดอนไปตามความเข้มของสนามแม่เหล็กที่ PX และ sweeping arms ของดวงอาทิตย์ส่งมา แมกม่าในแกนของโลกก็จะถูกกระทบกระเทือนเคลื่อนไหวมากขึ้นไปตามความแปรปรวนของสนามแม่เหล็กโดยรอบนั่นเอง....มาทราบจากบทความตอบคำถามของคุณ Zeta โลกตกอยู่ในถ้วยเอ๊ดดีของ Planet X ตั้งแต่ปลายปี 2010 และขนาดของถ้วยจะลดลงเรื่อยๆเมื่อ PX เคลื่อนตัวใกล้โลกเข้ามามากขึ้น จากอยู่ห่าง 44 ล้านไมล์ เหลือระยะประชิดตอนโลกหยุดหมุนรอบตนเองเพียง 14 ล้านไมล์

เมื่อแกนแมกม่าของโลกเคลื่อนตัวผันผวนมากเท่าใด ความเปลี่ยนแปลงเคลื่อนตัวและปรับตัวในที่ต่างๆตามรอยเลื่อนของเปลือกโลก ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ให้เราลองค่อยๆสังเกตอาการหรือผลกระทบตามไป ส่วนเปลือกโลกที่ยืดออก จะทำให้ถนน แม่น้ำสะพาน หรือบ้านที่ขวางอยู่ยืดออกและพังลง สะพานข้ามแม่น้ำมิสซิบซิ้บปี้ยังจะมีพังลงอีก เนื่องจากเสาตอม่อสะพานเคลื่อนตัวทีละหลายสิบฟุต ให้สะพานแข็งแรงขนาดไหน ก็พังทั้งสิ้น นี่หากมีสะพานข้ามแม่น้ำสาละวิน ที่มีร่องรอยเลื่อนของโลกอยู่ ก็จะพังลงโดยไม่มีแผ่นดินไหว ไม่ต่างกับของอเมริกาด้วยเช่นเดียวกัน ยังไม่ทราบว่าสภาพเช่นนั้นจะมีกับสะพานใดในประเทศไทยบ้าง คงต้องค้นหารอยเลื่อนที่สะพานเกิดไปสร้างคร่อมอยู่ เมื่อรอยเลื่อนมันยืดออก สะพานก็ตั้งอยู่ไม่ได้

ขณะที่ดาว 3 ดวงถูกจับตัวอยู่ในถ้วยแม่เหล็กนั้น PX ไม่หยุดกับที่ ยังคงเคลื่อนตัวเร็วกว่าการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์อยู่ตลอดเวลา เข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์ และเข้าใกล้โลกมากยิ่งขึ้น ในที่สุดดาว 2 ดวง ดาวดำคู่แฝดโลก และดาวศุกร์ดิ้นหลุดออกไปสู่วงโคจรใหม่ชั่วคราวได้เป็นผลสำเร็จ นั่นหมายถึงว่า ดาว PX ได้เคลื่อนเข้ามาใกล้โลกมากแล้ว และต่อไปมันจะถูกแรงผลักของดวงอาทิตย์ทำให้มันต้องม้วนตัวไป 270 องศา ก่อนที่มันจะเดินทางทะลุแนวระนาบการโคจรของโลก พร้อมกับดึงโลกเข้าไปใกล้มันมากยิ่งขึ้น ในระหว่างนี้ ชาวโลกจะมองเห็นมันด้วยตาเปล่าบนท้องฟ้า อยู่ประมาณ 2 เดือน ด้วยฝุ่นสีแดงรอบตัวดูอ้วนพีทีเดียว

 

Planet X was at a perfect angle for a dramatic appearance during the July 11, 2010 eclipse....PX มีบริวารดวงจันทร์หลายโหล ควงสว่านออกเป็น 2 หาง ผู้ที่อยู่โซนเอเซียเป็นด้านมืดจึงไม่มีโอกาสเห็นจังหน้า เหมือนด้านยุโรปและอเมริกา

คนบนโลกชักมีอาการไม่ค่อยปกติ ทางการไม่เคยบอกเบาะแสตามความเป็นจริงให้ทราบ นาซ่าก็ปกปิดโกหกมาโดยตลอด เนื่องจากพนักงานทุกคนต้องถูกจับเซ็นสัญญา ห้ามนำเอาความจริงภายในองค์กรไปเปิดเผย ก่อนที่จะรับเข้าทำงาน พนักงานหลายๆคนถึงจะรู้ความจริง แต่ก็ต้องเสพูดเป็นเรื่องอื่นๆไป หัวหน้าของแต่ละประเทศต่างทราบความจริงกันดี โดยต้องบินไปพูดกันต่อหน้า ไม่ผ่านระบบการสื่อสาร กลัวความลับที่ตนปกปิดถูกแฮ๊ก

ผ่านการโชว์โฉมไปแล้วประมาณ 2 เดือน ก็จะมาถึง Last weeks กันแล้ว มีรายการน่าสนใจอย่างไรบ้างลองแวะศึกษาดูได้ เอาไว้เป็นแผนที่ชีวิตในการเดินทางไปสู่ที่หลบภัย หรือท่านตกลงใจจะเฝ้าสมบัติอยู่กับที่ตายก็ช่างหัวมัน ก็ไม่เลวนะไอเดียนี้ แต่อาจจะสู้มดไม่ได้ละมั๊ง เดินช้าเดินเร็วมันไม่เคยท้อที่จะหลบภัยก่อน เรื่องทำมาหากินฉันไม่สน ยังมีพลังงานเหลืออยู่เท่าไร ฉันไปก่อนละ

 9 day Severe Wobble
4.5 days static Lean to the Left
2.5 days progression toward 3 Days of Darkness.
3 Days of Darkness
6 days of Sunrise West
18 day of Slowing Rotation
6 (5.9) days of Rotation Stoppage

เมื่อทุกคนมีแผนที่อยู่กับตัวแล้ว ทีนี้ก็ลองมาบริหารงานส่วนตัวกันเอาเอง ตามใจชอบ จะไปหรือไม่ไปไหนก็ได้ทุกอย่าง มันอยู่ที่ตัวเราเอง ไซท์นี้ หรือคุณ Zeta หรือใครๆก็ตามทำหน้าที่เสมือนผู้สื่อข่าวของ CNN ท่านได้รับฟังรับชมแล้ว เรื่องที่จะเชื่อหรือไม่นั้น ไม่ใช่หน้าที่อันใดของสื่อ

ข่าวฟ้าฝ่าเด็กๆรวม 18 คน

Lightning kills 18 kids at primary school

A LIGHTNING strike at a primary school in western Uganda has killed 18 students and injured 50.

Lightning hit Runyanya primary school in Kiryandongo district, about 225km northwest of Kampala, killing 15 girls and three boys yesterday, police spokeswoman Judith Nabakooba said.

"The injured were taken to hospital nearby and 15 of those who were seriously injured were transferred to Mulago hospital," in Kampala, Nabakooba said.

Local media reported that a further 21 pupils were burned after lightning struck at a second school in Zombo district, about 380km north of Kampala. Police could not confirm the incident.

Nabakooba could not provide an exact figure for the total number killed by lightning in recent weeks, but local newspaper The Daily Monitor reported a total of 28 killed and scores injured in the past week, including Tuesday's incidents.

Uganda is experiencing unseasonably heavy rainstorms and concern about the number of recent lightning strikes has prompted lawmakers to demand an official explanation from government

Read more: ที่ลิงค์นี้

บทเรียนนี้บ่งบอกให้เห็นความรุนแรงของกระแสฟ้าผ่า อันเนื่องมาจากความแปรปรวนของโลก ในขั้น earth wobble เท่านั้น ต่อจากนี้ไปจนโลกเกิด Poleshift ความแปรปรวนจะเพิ่มขึ้นจาก 7/10 ไปสู่ 8/10 และ 9/10 ในระหว่าง PS ปัญหาจากฟ้าผ่าจึงเป็นปัญหากับที่หลบภัยมากประการหนึ่ง เมื่อโลกประสบ severe wobble การติดตั้งระบบสายล่อฟ้าให้กับอาคารต่างๆจึงมีความจำเป็น เพื่อถ่ายประจุไฟฟ้าลงดินให้สะดวกรวดเร็วที่สุด


เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share