Wobble Sloshing

http://www.ainews1.com/article717.html

ปัจจุบันนี้โลกกำลังอยู่ในสถานะเกิดความแปรปรวนในสนามแม่เหล็กรอบโลกตลอดเวลา กำลังทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นโดยลำดับตั้งแต่ต้นปี 2554 เป็นต้นมา ส่งผลให้ภูมิอากาศ เริ่มพยากรณ์ยากขึ้น ฤดูกาลเริ่มไม่อยู่กับร่องกับรอยเช่นแต่ก่อน แต่ทางการก็ยังให้คำพยากรณ์ไปตามอาการ ไม่ได้ทำการวิเคราะห์ถึงสาเหตุของความเปลี่ยนแปลงให้ประชาชนทราบ

คุณ Zeta ได้กล่าวถึงสิ่งเหล่านี้ล่วงหน้ามาเป็นเวลานานหลายปี เมื่อ Planet X โคจรใกล้โลกเข้ามา โลกจะเกิดความผิดปกติมากขึ้นโดยลำดับ และต่อจากอาการ Wobble ที่กำลังทวีความรุนแรง โลกกำลังจะถึงจุดเปลี่ยนที่แกนโลกเคยสวิงวันละครั้ง มาเป็นวันละ 2 ครั้งทุกๆ 12 ชั่วโมง เพื่อจัดวางแกนพลังงานของตนเองให้สอดคล้องกับแนวแกนเหนือใต้ของดาว Planet X ซึ่งมีพลังงานสนามแม่เหล็กสูงกว่าโลก และกำลังโคจรใกล้โลกเพิ่มขึ้น

มนุษย์ที่อาศัยอยู่บนโลก ก็จะเคลื่อนตัวตามโลกไป เช่นเดียวกับนั่งอยู่ในรถโดยสารคันโต หากไม่สังเกตก็จะไม่ทราบว่ากำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางใด เนื่องจากสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเคลื่อนที่ไปพร้อมๆกับมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในสถานที่ต่างๆทั่วโลก แต่สิ่งผิดปกติที่มนุษย์ทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยจะสัมผัสได้ชัดเจนคือการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล ในขณะที่เกิด severe wobble เป็นเวลา 9 วัน เมื่อขั้วเหนือของโลกต้องปรับตัวเบนหนีขั้วเหนือของ PX ไปคราวละประมาณ 90 องศานั้น ในทุกๆ 12 ชั่วโมง น้ำในทะเลต่างๆมีแรงเฉื่อยของตนเอง ไม่สามารถเคลื่อนตัวตามผิวโลกไปได้พร้อมๆกัน ก็จะเอ่อท่วมไปในแนวเหนือใต้สูงถึง 200-300 ฟุต

ใกล้เข้ามาอีกนิดสำหรับผู้ที่อยู่บริเวณก้นอ่าวไทย แถบสมุทรสาคร สมุทรสงคราม กทม.น้ำในอ่าวไทยก็จะอัดตัวดันเข้ามาที่ก้นอ่าว ซึ่งแคบกว่าอ่าวไทยหลายเท่าตัว จะทำให้ระดับน้ำที่ปากแม่น้ำทุกสายที่ไหลลงอ่าวไทยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เอ่อท่วมเข้ามาในพื้นที่ชั้นในมากยิ่งขึ้นทุกที เอ่อล้นข้ามคันกั้นน้ำ และเมื่อน้ำไหลเอ่อท่วมเข้ามาแล้วก็ไหลออกยาก เนื่องจากพื้นที่เหล่านี้เป็นแอ่ง อันเนื่องมาจากการทรุดตัวของผิวโลกในโซนนี้อยู่แล้ว เมื่อมีการอัดตัวของคลื่นลูกใหม่เพิ่มเข้ามา ระดับน้ำท่วมก็จะทวีสูงขึ้นโดยลำดับอย่างรวดเร็ว เนื่องจากระดับน้ำทะเลที่อัดเข้ามาทีก้นอ่าวไทยจะสูงมากสูงหลายร้อยฟุต

การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลที่ก้นอ่าวไทยจะแตกต่างกับ การ serge ของคลื่นที่เกิดจากลมโดยสิ้นเชิง การแกว่งตัวของแกนพลังงานโลกอย่างรุนแรง 90 กว่าองศาภายในเวลา 12 ชั่วโมง คลื่นในทะเลใหญ่สูง 200-300 ฟุต แล้วคลื่นในทะเลน้อยๆอย่างอ่าวไทยจะสูงขนาดไหน ส่วนระดับน้ำที่ก้นอ่าวไทยยิ่งสูงกว่าหลายเท่า พื้นที่ชายฝั่งทะเลทั่วประเทศไทยจะได้ผลกระทบรุนแรงจากคลื่นกัดเซาะชายฝั่ง และเกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ชายฝั่งทั้งหมด 

สำหรับความปลอดภัยของผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเล ทั่วประเทศไทย รวมทั้งที่ลุ่ม กทม. คงจะรอจนคลื่นสูงได้อัดตัวเข้ามาในอ่าวไทย แล้วจึงค่อยหนีคงไม่ทันการณ์ เนื่องจากปริมาณน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิค ที่เปลี่ยนทิศทางเริ่มเคลื่อนตัวขึ้นมาทางทิศเหนือนั้น มีระดับสูงมาก 200-300 ฟุต และยังจะเพิ่มระดับมากขึ้นอีก เมื่อมาถึงทะเลที่มีขนาดเล็กกว่าเช่นอ่าวไทย หรืออันดามัน

เพื่อความปลอดภัยในชีวิตตนเองและทรัพย์สินส่วนตัว ผู้ไม่ประมาทต้องเตรียมตัวพร้อมออกเดินทางทันที ที่ได้รับฟังข่าวน้ำทะเลท่วมใหญ่ในพื้นที่ของทวีปออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เกิดขึ้น เนื่องจากขั้วโลกเหนือจะสวิงหนีขั้วเหนือของ PX ไปทางซ้ายมือเกิดขึ้นก่อน น้ำส่วนใหญ่ของมหาสมุทรแปซิฟิคจะเคลื่อนตัวลงไปทางขั้วโลกใต้เกิดขึ้นก่อน พื้นที่ทางขั้วโลกใต้จึงจะเกิดผลกระทบถูกน้ำทะเลท่วมฉับพลันเกิดขึ้นก่อน ผู้คนทางเส้นศูนย์สูตร ก็จะได้รับฟังข่าวใหญ่ที่เกิดขึ้น

นั่นหมายถึงสัญญานไฟเหลืองกำลังจะเปลี่ยนเป็นไฟแดงได้เกิดขึ้นแล้ว ในอีกไม่กี่ชั่วโมง พื้นที่ที่ตนเองอาศัยอยู่ก็จะนองไปด้วยน้ำทะเลที่ไหลทะลักขึ้นมาท่วมอย่างฉับพลัน โอกาสที่จะเดินทางส่วนใหญ่โดยรถยนตร์คงไม่มีแล้ว เนื่องจากน้ำท่วมไล่ตามมา ถนนเต็มไปด้วยรถของผู้คนที่แตกตื่นต่างเอาตัวรอดออกมาเต็มถนนไปหมด

ผู้ที่เริ่มเดินทางทันที ที่ได้รับข่าวใหญ่เกิดน้ำท่วมทางแถบขั้วโลกใต้ หรือออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างผิดปกติ ล่วงหน้าไปก่อน 6-7 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก ให้ถึงที่หมายที่ปลอดภัยก่อน พวกนี้จึงเป็นพวกหลังสุดท้ายที่รอจนวินาทีสุดท้าย อยู่กับหน้าที่การงาน หรือบริหารธุรกิจของตน โดยติดตามข่าวสิ่งแวดล้อมผิดปกติมาตลอดเวลา และได้เตรียมตัวเก็บข้าวของสำคัญต่างๆเตรียมพร้อมออกเดินทางได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องหวนกลับไปบ้านอีก

ทำไมจึงนำเอาเรื่องที่น่าตื่นเต้น เพื่อยื้อชีวิตตนเองให้รอดจากน้ำท่วมใหญ่มาพูดถึง ยังไม่เห็นวี่แววหลักฐานที่น่าพิจารณเลย ที่นี้ลองมาฟังการวิเคราะห์ของคุณ Zeta ที่มีไอคิวสูง 287 และมีอายุหลายหมื่นปี เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกมาหลายรอบ มาวิเคราะห์เหตุการณ์ที่กล่าวแล้วข้างต้นให้ฟังอีกที

ZetaTalk: Wobble Sloshing
written August 25, 2011

The severe wobble that starts the Last Weeks is a flinging back and forth of the N Pole of Earth. Planet X is approaching mainly from the right, in its retrograde orbit, though also somewhat Sunside on its way outbound from the Sun. Planet X is pointing its N Pole at the Earth, almost directly, at this time, and close enough that Earth, as a magnet, is trying to line up end-to-end with Planet X, as magnets do. The N Pole of Earth thus flings away when the magnetic N Pole of Earth comes up over the horizon, and then rebounds back 12 hours later when the magnetic N Pole of Earth disappears again over the horizon at dusk. The severe wobble, thus, will merely be an exaggeration of the existing wobble, where the magnetic N Pole is pushed as its current location in the Arctic near Siberia rolls over the horizon. 

Thus as the globe is pushed violently northward, the waters in the Pacific will slosh southward, and waters in the Atlantic will slosh in the opposite direction, northward. Hold a globe in your hands with the Pacific Ocean facing you, and push the N Pole forcefully away to see how the land will move under the ocean. It is essentially that for the Pacific, the northern coastlines will be pushed under the ocean, and for the Atlantic, the southern coastlines will be pushed under the ocean. Then, 12 hours later, this reverses. The sloshing will be in a N/S direction, back and froth, with the Moon's influence, as we have stated, still trying to pull the waters toward it, creating its normal tide on top of the severe wobble slosh. In that the severe wobble slosh will be 200-300 feet high, this will scarcely be noted.  

During the hour of the pole shift we have predicted that coastlines can anticipate tides up to 500-600 feet due to the sloshing of the oceans. This is due to the exceptionally rapid movement of the globe, a 90° turn within the span of an hour. The severe wobble and lean to the left do not bring that rapid movement, but bring their own problems. The severe wobble will bring a twice a day swing, which is not the hour of the pole shift but is a 12 hour movement. These tides can be expected to be hundreds of feet high, 200-300 feet, the worst being where a normal tide under the influence of the Moon is in process during the wobble. The lean to the left will bring a pooling of water toward the poles because the orbit of the Moon will continue, crossing over the poles rather than round the Ecliptic. This will be slight, only a dozen or more feet of difference.
ZetaTalk Analysis 1/30/2010
9 day Severe Wobble
4.5 days static Lean to the Left

2.5 days progression toward 3 Days of Darkness.
3 Days of Darkness
6 days of Sunrise West
18 day of Slowing Rotation
6 (5.9) days of Rotation Stoppage
The Earth's first evasion is to tilt her N Pole away from the oncoming Planet X to such a degree, and so violently, that she leans all the way over to the left and then rebounds as a reaction all the way to the right. This is the severe wobble, for a length of 9 days. Finally, the rebound is repressed, for a lingering lean to the left of 4.5 days or so.
ZetaTalk Last Weeks 8/14/2010

ดังนั้นปัจจุบัน ที่เรากำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมและฤดูกาลผิดปกติมากขึ้นทุกๆวัน ควรติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อค้นหารอยต่อของอาการ wobble ของโลกกับรอยต่อของ severe woble ให้พบ ไม่หลงไปกับข่าวโลกร้อน ที่ทำให้เกิดฤดูกาลผิดปกติ สาเหตุที่แท้จริงมันมาจจากโลกถูกพลังงานสนามแม่เหล็กของดาว Planet X ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าโลก 4 เท่า มีมวลมากกว่าโลก 23 เท่า มีแรงโน้มถ่วงมากว่าโลก 50 % และเป็นที่อาศัยของมนุษย์เผ่า Annunaki ซึ่งตัวใหญ่โตกว่ามนุษย์โลก เนื่องจากอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีแรงโน้มถ่วงสูงกว่าบนโลกนี้

ที่ได้ยินได้ฟังอาจเป็นส่วนไม่ดีของ PX แต่อีกด้านหนึ่ง สิ่งแวดล้อมโลกกำลังเสื่อมโทรม ขาดแรงดูดแรงผลักและแรงโยกซ้ายขวาจากจักรวาลต่างๆที่เกี่ยวข้อง เมื่อโลกเดินทางมาสุดขอบของทางช้างเผือกและไตรแองกุลัม และอยู่ที่ส่วนกลางของอันโดรเมดา เมื่อสุริยจักรวาลเดินทางรอบดาวหลุมดำของกาแลกซี่ทางช้างเผือกมาได้ครึ่งวันของจักรวาลหรือ 13,000 ปีของเวลาโลก ที่ตรงจุดนี้สุริยจักรวาลจะส่งพลังงานบวกของทางช้างเผือกและไตรแองกุลัมขึ้นไปปะทะกับพลังงานลบมหาศาลของอันโดรเมดา เกิดแสงสว่างวาบไปทั่วจักรวาล และดวงดาวต่างๆ เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อโลกมากมาย

หากโลกไม่ถูกปรับสมดุลพลังงานใหม่ ท่านผู้เชี่ยวชาญด้านกาแลกซี่ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโลก ท่านเล็งเห็นว่าหากโลกต้องอยู่ในพลังงานเก่า ที่มนุษย์และสิ่งมีชีวิตมีภูมิต้านทานโรคลดน้อยลงเป็นลำดับ หรือมีโรคภัยใหม่ๆเกิดขึ้นมาก อยู่ไปอีกไม่เกิน 10 ปีโลกนี้ก็จะไร้สิ่งมีชีวิตโดยสิ้นเชิง หรือโลกร้อนเพิ่มขึ้นจนไม่มี่น้ำเหลืออยู่เช่นเดียวกับดาวอังคาร หากโลกไม่ปรับสมดุลพลังงานใหม่ ดาวผู้พี่ของโลก Planet X ได้โคจรมาพอดีช่วยโลกปรับสมดุลสู่ยุคพลังงานใหม่ หรือโลกกำลังจะปรับเปลี่ยนขึ้นสู่ 4 th density พร้อมๆกับพระอาทิตย์ที่จะ Dim ลง และแกนโลกก็จะลดความร้อนน้อยลงเช่นเดียวกัน

วาระการเปลี่ยนแปลงของโลกคราวนี้ ทาง Council of Worlds จึงมีกำหนดคัดสรรพลโลกให้เหลือเพียง 10 % เข้าสู่ยุคใหม่เท่านั้น

ได้เข้ามาศึกษารายละเอียดของเพจนี้แล้ว ก็ยังไม่ต้องกังวลใจ รอดูสถานการณ์โลกต่อไป พร้อมๆกับทำภารกิจส่วนตนไปด้วย และหากจะช่วยชาติและติดตั้งกระเป๋าเศรษฐีเพิ่มขึ้นอีกใบก็น่าจะยิ่งเป็นดอกาสดีของทุกๆคนทีเดียว

เชิญทุกท่านร่วมด้วยช่วยกัน....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพของตนเอง ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆทุกเพศวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share