พายุสุริยะย้อมสีให้พระจันทร์?

http://www.ainews1.com/article780.html

ดูพระจันทร์ถูกย้อมสีได้ที่ลิงค์นี้ http://youtu.be/Ne3qSqjaH7A 

เมื่อดูพระจันทร์แล้ว จะสังเกตเห็นฝุ่นควัน ที่ลอยเข้ามาปิดบังพระจันทร์ไม่ใช่เมฆหมอกทั่วๆไป มันเป็นฝุ่นควัน มีสีต่างๆด้วย และก็หนาแน่นทีเดียว ในคืนที่พระจันทร์สว่างเต็มดวงอย่างนี้

(8:41 PM) Filming the sky today 25 September 2011 in Florianópolis, Santa Catarina, Brazil

ส่วนที่นี่เครือข่ายโทรศัพท์เป็นอัมพาต ระบบไฟฟ้าดับ วันที่ 25 ส.ค. หรือเท่ากับ 26 ในประเทศไทย

There were reported grid and phone outages. A cell phone outage in LA on Saturday 9/24 was followed by sudden and seemingly simultaneous electrical outages on 9/25 from Chile, Karachi, Ontario, Idaho and Arizona. 
http://poleshift.ning.com/profiles/blogs/power-blackout-stuns-chile...

ส่วนที่นี่ท้องฟ้าแดง ทางยุโรปและอเมริกาท้องฟ้าจะแดงจัด ของเมืองไทยยังชมพูอมแสดอ่อนๆเท่านั้น เพราะมีทำเลอยู่ข้างโลก

Red sky was noticed and photographed, including a red sky at night!
http://poleshift.ning.com/profiles/blogs/red-sky-at-2-30-in-the-morning-i-have-never-seen-the-sky-red
and on August 24, 2011 http://poleshift.ning.com/photo/img-7039?commentId=3863141%3ACommen...

ส่วนที่เมืองเหล่านี้ ชมลูกไฟจากฟ้าสีต่างๆ...พายุสุริยะ มีของแถมอย่างนี้ด้วยหรือ?

Debris in the form of fireballs were reported 
http://lunarmeteoritehunters.blogspot.com/
on 9/25 from Quebec and Ontario 
http://www.godlikeproductions.com/forum1/message1653426/pg1
down through Vermont and even Pennsylvania. Louisiana around Baton Rouge reported a fireball, seen by many from Florida to Texas and up to Missouri. Buenos Aired 
http://poleshift.ning.com/profiles/blogs/explosion-what-happened-in-esteban-echeverr-a-argentina-monday 
reported a fireball with an explosive landing also. 

Newclear Reactor shut down : http://whtc.com/news/articles/2011/sep/26/electronic-malfunction-shuts-down-covert-nuclear-plant/

ฝนสีแดงที่อินเดีย...

ผลของขยะอวกาศจากหางของ Planet X ที่อาร์เจนตินา นอกกรุงบรูโนสเอเรสต์....และในอนาคต PX จะส่งขยะน้อยใหญ่ที่มีพลังงานแม่เหล็กจากบริเวณหางยิงจากขั้วเหนือของดาว ตรงมายังโลกบ่อยและหนาแน่นเพิ่มขึ้น เนื่องจาก PX เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้โลกมากขึ้น นอกจากฝุ่นพิษสีแดงแล้ว รังสีและขยะอวกาศก้จะแถมมาด้วยตลอดเวลา จากระยะทางประมาณ 40 ล้านไมล์ จนกระทั่งเข้ามาใกล้ชิดโลกเพียง 14 ล้านไมล์

ดังนั้นยามใดที่ PX หันขั้วเหนือชี้ตรงมายังโลก ของแถมต่างๆก็จะถูกส่งมาด้วย ไม่เฉพาะแต่สนามแม่เหล็กที่เข้มข้นสูงกว่าของโลกจะส่งลงมารบกวนแกนในของโลก และลงมาชลอการหมุนรอบตัวของโลกให้หยุดสนิทในที่สุดก่อนที่จะจากไป

 

นอกจากขยะอวกาศของ PX แล้ว ยังมีหลักฐานชัดเจนจากฝุ่นพิษสีแดงจากหาง ที่ชาร์ตเอาไว้ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า PX จึงยิงฝุ่นมาตามสนามแม่เหล็กลงมายังโลก ชมได้จากคลิปข้างล่างนี้...CME จากดวงอาทิตย์ไม่มีฝุ่นสีแดงอย่างนี้ นอกจากผงเหล็กของ PX ที่ชาวมนุษย์อานูนาคีอาศัยอยู่ ส่งฝุ่นพิษสีแดงมาให้ แล้วยังมีน้ำมันปิโตรเลียมอีก ที่ติดมาด้วย และจะลุกไหม้เมื่อมาเจอออกซิเจนและประกายไฟจากภูเขาไฟระเบิด หรือฟ้าแลบ...ตอนนั้นก็จะเกิดพายุฝนเพลิงตกลงมา เช่นเดียวกับที่มีคนโบราณบันทึกเอาไว้ในคัมภีร์ศาสนาต่างๆ และบันทึกโบราณของชาวอินเดียนแดงเป็นต้น...อีกไม่นานชาวโลกปัจจุบันก็จะพบกับฝนเพลิง หรือปิโลเลียมจากหางของ PX ...ผู้ที่คลั่งไคล้น้ำมันต้องการเป็นเจ้าของบ่อน้ำมันทั่วโลก..โดยเฉพาะคุณ บู๊ท ณ อีรัก ควรหาวิธีเก็บเกี่ยวน้ำมันจาก PX ทั้งหมดเอาไว้เซ็งลี้ให้สมใจอยาก เก็บเอาไว้ให้ทั่วโลกได้ยิ่งดี ก่อนที่จะติดไฟเป็นฝนเพลิงตกลงมาใส่หัวคน

ZetaTalk: Meteor Showers

http://www.zetatalk.com/xtime/x39.htm     ....more infomation ahead of the incidents occure.

มีบทความวิเคราะห์ฝุ่นดาวหาง PX เอาไว้ล่วงหน้าตอนหนึ่งดังนี้


This crop circle design is stating that the swirling dust cloud of Planet X will seem to dance like a snake, from the viewpoint of Earth, as Planet X comes closer and the Earth's wobble intensifies. Planet X seems to come from the Sun, on the left, with the view from the Earth thus on the right. The dust cloud reacts to the Earth's magnetosphere by swinging first to one side, then the other, as the Earth wobbles. The dust cloud is most attuned to Planet X, hosing out from its N Pole which streams magnetons outward. But it is also blown about by the solar wind and tends to trail the moving Planet X. The dust cloud would normally be attracted to the Earth's S Pole, which is a magneton intake, but as the S Pole is moving back and forth during the Earth wobble, the dust cloud swoops to this side or that. The snake head represents Planet X itself, with the double helix of its major moon swirls on either side of the corpus. The twisting tongue of the snake showing that the charged tail of Planet X seems to roll as well as swoop, a complicated dance.

http://www.zetatalk.com/ning/06ag2011.htm

 

      ส่วนเม็กนีติคซิมมูเลเตอร์ของญี่ปุ่น แสดงภาพผิดปกติ...บ่งบอกว่าสนามแม่เหล็กของโลกกำลังถูกรบกวน

The magnetic simulator located in Japan had been down during these days but came back up on September 26, 2011 showing wild contortions of the Earth’s magnetic field. Clearly something had the Earth in a magnetic grip, and this was something that was dusting the Earth with red dust!

 

 

SOZT
Where NASA will try to explain this as emissions from the Sun and fragments from the dying satellite which came down in the Pacific recently, they cannot explain the red dust in the atmosphere. Red dust quickly brings up, in an Internet search, the prophecies about the return of Nibiru, along with our many references to it in the ZetaTalk website. Opps! NASA failed to dream up a cover for extensive and brightly colored red dust! Drifting sands from the Sahara simply don’t cover it. What DOES explain all the symptoms of a tail waft are our descriptions. ZetaTalk, and only ZetaTalk, has talked about a planet between the Earth and Sun, shrouded by red dust and pointing its massive debris filled tail toward Earth. 

Our explanations, and ONLY our explanations, cover red dust, fireballs, blackouts, and a horribly twisted magnetic field. Where will this lead? NASA will attempt to grab the media stage, preemptively explaining what occurred. Then when this scenario repeats, as it will on an increasingly frequent basis, their explanations will fall flat. Is the Sun in a constant state of upheaval? Are satellites falling on an almost daily basis? Does debris from falling satellites have the appearance of the debris silhouetted against the Moon? How is this related to the trembling and incessant earthquakes? Earthquakes, red dust, hail and pelting debris, and volcanic eruptions are predicted in prophecy and related to the End Times. This is where NASA will fall on their sword, and lose stature utterly. 
EOZT

คุณ Zeta ฝากคำถามถึงนาสซ่าว่า พายุสุริยะ หรือชิ้นส่วนดาวเทียม เป็นต้นเหตุหรือย้อมสีให้พระจันทร์ด้วยใช่ไหม และยังนำฝุ่นสีแดงก้อนมหึมาลงมายังผิวโลกในโซนต่างๆข้ามทวีป ทั้งด้านขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ด้วยใช่หรือไม่ ซึ่งนาสซ่ารู้ดีว่าตอบคำถามนี้ไม่ได้ทั้งๆที่ก็รู้ต้นเหตุอยู่อย่างเต็มอก? แล้วต่อแต่นี้ไปจะเกิดพายุสุริยะแทบทุกวันหรือบ่อยๆ ทำให้ท้องฟ้าแดงไปทั่วโลก ฝุ่นสีแดงก็ดี ลูกไฟสีต่างๆก็ดี Magnetic surge ก็ดี จะเกิดขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆและถี่ขึ้นเรื่อยๆ นาสซ่าคงอธิบายกันเหนื่อยนะ

 

ในอดีตที่เกิดพายุสุริยะทีไร พระจันทร์เปลี่ยนสีด้วยทุกคราวด้วยหรืออย่างไร คำถามเหล่านี้นาสซ่าคงจะมีคำอธิบายที่น่าเชื่อถือ ต่อสิ่งที่คนทั่วโลกมีหลักฐานและเป็นประจักษ์พยาน ด้วยตาของพวกเขาเอง และรู้ด้วยว่า มันไม่ได้มาจากต้นเหตุที่ดวงอาทิตย์ ตามที่นาสซ่ากล่าวอ้าง

คุณ Zeta วิเคระห์ว่า เศษฝุ่นและขยะจากดาวหางPX รวมทั้งลูกไฟขนาดต่างๆ จะถูก PX ส่งลงมาบนพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ทางขั้วโลกเหนือและทางขั้วโลกใต้มากขึ้น ต่อไปนี้ท้องฟ้าจะปรากฏสีแดงเข้มมากขึ้นปรากฏเหนือท้องฟ้าประเทศต่างๆ และเกิด Megnetic surge ในระบบไฟฟ้าและอีเล็คโทรนิค ทำให้ระบบไฟฟ้าล้มเหลวมากขึ้น ถี่ขึ้น เนื่องจาก PX ลอยอยู่เหนือวงโคจรของโลกใกล้กับดาวศุกร์และค่อนมาทางโลก ในระยะทางประมาณ 45 ล้านไมล์ ลอยตัวเอื่อยๆระหว่างการ Retrograde อ้อมดวงอาทิตย์ หลีกเลี่ยงสนามแม่เหล็กที่เข้มข้นเหนือระนาบวงโคจรของโลกและดาวเคราะห์ต่างๆ รอเวลาที่สนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์บางส่วน ที่ส่งมายังโลก ถูกดวงจันทร์เข้ามาช่วยบังในคืนที่มีคราส

ตามตารางล่วงหน้าของนาสซ่า คาดว่าจะมีคราสเกิดขึ้นในวันที่ 20 พ.ค. 2555 เป็นโอกาสและช่องทางสะดวกที่ PX จะม้วนตัวลงมาบน Ecliptic ลงมาอยู่ระหว่างโลกและดวงอาทิตย์และโลกในระนาบเดียวกัน พร้อมทั้งกดดันขับดาวศุกร์และดาวดำคู่แฝดโลก ที่ตกอยู่ในถ้วยเอ๊ดดี้มาตั้งแต่ เดือน ธ.ค. 2010 ให้หลุดกระเด็นออกไปจากถ้วยเอ๊ดดี้ เหลืออยู่เฉพาะแต่โลกเผชิญหน้ากับ PX โดยตรงตัวต่อตัว และโลกยังถูกแรงสนามแม่เหล็ก PX ผลักให้สดุดถอยหลังไปอยู่ในองศาของเดือนสิงหาคมอีกด้วย

พร้อมทั้งโลกไม่สามารถโคจรรอบดวงอาทิตย์ได้ ถูกกักตัวอยู่ในวังวนของถ้วยเอ๊ดดี้ เดือนสิงหาคม นอกจากเป็นองศาหรืออยู่ใน Trimester หรืออยู่ในองศาที่ดวงอาทิตย์ส่งผลสนามแม่เหล็กที่รุนแรงต่อโลกทุกๆรอบปี และเป็นเดือนที่ประเทศไทยมีฝนตกชุก พายุเกิดขึ้นมากผิดปกติเนื่องจากน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกร้อนขึ้น พายุจึงหอบเอาเมฆฝนจำนวนมากขึ้นมาไว้บนบกไปด้วย จนอ่างเก็บน้ำแทบทุกเขื่อนทั่วประเทศรับน้ำไม่ได้อีกต่อไป ฝนตกลงมาเท่าไรก็พร้อมที่จะหลากลงมายังที่ราบลุ่ม หรือท่วมท้นริมฝั่งน้ำ ยิ่งพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง ซึ่งภาพถ่ายดาวเทียมฟ้องว่า ปลายปี 2009 และ 2010 พื้นที่ราบลุ่มภาคกลางมีแอ่งน้ำขังเพิ่มมากขึ้น หรืออีกนัยหนึ่งพื้นดินได้ทรุดตัวเป็นแอ่งเพิ่มขึ้น ทางบริเวณจังหวัดสิงห์บุรี อ่างทองจึงเกิดน้ำท่วมสูงผิดปกติ

หากโลกยังแช่อยู่ในเดือนสิงหาคม โดยออกจากถ้วยเอ๊ดดี้ของ PX ไม่ได้ และฝนจากพายุลูกต่างๆที่ทะยอย  เข้ามาในประเทศไทยไม่หยุดนั้น น่าจับตาเป็นพิเศษ หากฝนตกเช่นนี้ไปทุกๆเดือนจนถึงเดือนมกราคมปีหน้า ใครเคยคิดไหมว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง และพายุฝนจากมหาสมุทรแปซิฟิกก็เลยขึ้นไปเติมน้ำในเขื่อนต่างๆในประเทศจีนเช่นเดียวกัน ลองพิจารณาเฉพาะเขื่อนใหญ่ๆของจีน ที่สร้างคร่อมต้นทางของแม่น้ำโขงตลอดสาย น้ำเต็มอ่างเช่นเดียวกับในประเทศไทย น้ำก็จะล้นลงมาตามลำโขง ที่ระบายออกทะเลไม่ทัน ก็จะท่วมท้นเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย ตลอดแนวที่แม่น้ำโขงเรียบชายแดนไทย ดันน้ำในแม่น้ำย่อยๆต่างๆของไทยไหลบ่าเข้ามาท่วมพื้นที่ในประเทศมากยิ่งขึ้นเป็นทวีคูณ ทั้งนี้คำนวณคร่าวๆว่ามีฝนตกหนัก ต่อจากหน้าฝนปกติต่อเนื่องต่อไปอีก 3-4 เดือน ปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มเข้ามาอาจเกิน 3-4 เท่าของหน้าน้ำหลาก ที่เคยเกิดขึ้นตามปกติมาทุกๆปี...ยังไม่ต้องคล้อยตามข้อสันนิษฐานข้างต้นแต่อย่างใด ขอให้ค่อยๆติดตามเหตุการณ์ต่อไป

ส่วนข้อมูลข้างท้ายนี้ แฟนๆของคุณ Zetaได้ส่งข้อมูลที่ประสบเข้ามาให้ช่วยกันชม

ที่เวลลล์แม่น้ำเปลี่ยนสี

.....ต้องคอยรอดูกันต่อไป รอดูนาสซ่าตกลงมาบนปลายหอก ที่ตนตั้งเอาไว้

อาการต่อไปที่โลกจะกระทำ .....เอียงไปทางซ้ายหนีสนามแม่เหล็กของ PX

Lean to the Left

In describing what contortions the Earth will go through during the passage of Planet X, the Zetas have referred to a "lean to the left". Planet X itself is going through contortions as it aligns with the Sun's magnetic field. As Planet X contorts, the Earth is forced to contort. Prior to the pole shift itself several steps in the magnetic dance occur.

  1. Daily tugging on the magnetized Atlantic Rift. This began in 2003.
  2. An Earth wobble caused by pushing and pulling on the N and S poles. This began in 2004.
  3. A lean to the left as the N Pole of Planet X hoses toward Earth. This may have just recently begun.
  4. 3 days of darkness and 6 days of sunrise west when this becomes extreme.
  5. A grip on the Atlantic Rift causing rotation stoppage.
  6. The pole shift itself.

The Earth wobble was noticed in the spring of 2004 and was periodically documented by a worldwide team. By January, 2005 the team's reports began to show that the geographic N Pole of Earth was tracing a Figure 8, and this pattern continued through February, 2008 when the last measurements were taken. Recently something changed and I suspected the "lean to the left" may have begun. What is the "lean to the left"?

ZetaTalk Prediction 1/2/2005: The Figure 8 will become more extreme and vicious as the N. Pole of Planet X turns in place in a clockwise motion. What will this increased intensity do to the Figure 8 and Earth's attempts to simultaneously honor the Sun's magnetic dictates? She will lay on her side, her magnetic N. Pole pushed to the west, a predecessor to the 3 Days of Darkness and sunrise west. She will lay her hemispheres out for an equal basking under the Sun but putting the Sun and Moon and especially the constellations in extremely errant positions, especially as the Figure 8 continues during this time.

The Zetas had consistently refused to assign a date to the start of the "lean to the left", or describe its duration. This is in keeping with the Zeta insistence that all visitors to Earth are not allowed to reveal the date of the pole shift. The Zetas have only indicated the sequence of events. They hint that a distinct"lean to the left" will be accompanied by sightings of Planet X to the right of the Sun, and that the wobble will likewise be alerting the public to the presence of Planet X when the "lean to the left" is noticed. 

ZetaTalk Prediction 4/3/2006: Earth scuttles back in her stalled orbit, Planet X is seen to the right of the Sun, and increasingly coming closer and appearing larger and unmistakably not as a solar flare or sundog, and the Earth falls to her side, little by little. This makes for a lopsided arc of the Sun across the sky during the day, the Sun not where expected. Planet X has a steadily stronger grip on the Atlantic Rift and the poles, creating a stronger and more violent wobble. This equates to stronger quakes and volcanic activity, wilder weather, and the populace starting to question matters in a shrill, not polite, manner. If this is global warming, what is that to the right of the Sun, and why is the Earth falling to her side? 

ZetaTalk Prediction 11/17/2007: At some point the wobble will merge into a lean to the left, but the wobble will already have alerted the public by that time. In addition to an obvious wobble, the lean to the left will be a certain sign. This will occur weeks before the pole shift, enough time to escape to safe locations before travel restrictions are imposed. If a distinct lean to the left occurs, this will not mean a long delay or a plateau. We have stated that from the lean to the left to the hour of the pole shift will encompass no more than 4 months, the length of a magnetic trimester, and will occur within that trimester.

The "lean to the left" means that the Earth will begin to point her N Pole toward the east, as Planet X is approaching from the west in its retrograde orbit and hosing magnetic particles toward the Earth from its N Pole. As mankind looks out toward the Sun from the northern hemisphere, the N Pole would "lean to the left", with Planet X coming at the Earth from the right hand side. 

IMAGE: Earth Upright vs Flopped 

But how does one know that a distinct "lean to the left" is occurring? For the Earth to "fall on her side", the Moon might be attempting to orbit over the poles, rather than around the Equator. Normally, the Sun is to the south when viewed from the northern hemisphere, and to the north when viewed from the southern hemisphere. If the Earth were to "fall on her side", the Sun at noon would be directly overhead, regardless of Earth location. We're not there yet. But are we seeing the start of this trend? The Zetas hinted over a year ago that the "lean to the left" might start soon. 

ZetaTalk Explanation 6/12/2007: The Winterbourne, May 23, 2007 crop circle indicates a return to the wobble and lurch and a lean to the left to start, with a vengeance. Imagine Earth in the center of this Winterbourne circle, being battered back and forth between two opposing magnetic fields! The Sun is dominant, with its N Pole pole pointing up. Planet X is next dominant, and will be pointing its N Pole out toward Earth. The poor Earth, who swings her N and S poles around daily to present to the Sun and Planet X, will attempt to please both masters. 

IMAGE: Winterbourne Crop Circle 

 

 

เชิญทุกท่าน ร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพของตนเอง ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆทุกเพศวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share