แม่น้ำโขงเปลี่ยนทางเดิน?

http://www.ainews1.com/article789.html

ลองมาทบทวนเส้นทางของแม่น้ำโขง ที่ไหลมาจากตอนเหนือของประเทศไทยมาถึงอำเภอเชียงแสน จากแผนที่ภูมิประเทศทางอากาศ


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

จะเห็นว่าแม่น้ำโขงจะเลี้ยวหักศอกไปทางทิศตะวันออก มุ่งขึ้นเหนือเข้าเขตประเทศลาว แล้วเลี้ยวลงใต้ผ่านชอกเขาแคบๆ ไหลเข้าสู่เขตอำเภอเชียงของ หากมีน้ำหลากไหลลงมาตามลำน้ำโขงมากผิดปกติ น้ำในแม่โขงจะเอ่อท่วมบริเวณเหนือของอำเภอเชียงแสนขึ้นไป เนื่องจากช่องทางไหลลงไปที่อำเภอเชียงของไม่สะดวก ต้องผ่านช่องแคบระหว่างเขาสูง 

ในขณะเดียวกันน้ำที่เอ่อท่วมพื้นที่บริเวณนี้ ก็จะไหลย้อนแม่น้ำกกเข้ามาในประเทศไทย ผ่านอำเภอดอยหลวง อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอเวียงชัย อำเภอแม่ลาว อำเภอพาน อำเภอแม่ใจ อำเภอเมืองพะเยา เอ่อท่วมบริเวณอำเภอเมืองพะเยา อำเภอดอกคำใต้ อำเภอกามยาว เพื่อยกระดับน้ำให้สูงพอ ข้ามสันเขาที่ไม่สูงนัก ที่เป็นเขตต่อเขตของจังหวัดพะเยาและจังหวัดลำปาง ไหลเข้าอำเภองาว เลาะซอกเขาลงมาอำเภอแม่เมาะ หรือหากน้ำมากอาจแยกไปทางทิศตะวันออกเข้าสู่อำเภอสอง อำเภอร้องกวางอีกเส้นทางหนึ่ง

ส่วนที่ลงมาอำเภอแม่เมาะ แล้วก็ลงมาอำเภอแม่ทะ อำเภอสบปราบ ตามแนวถนนพหลโยธิน ลงมาอำเภอเถิน อำเภอแม่พริก อำเภอบ้านตาก เรื่อยลงมาอำเภอเมืองกำแพงเพชร อำเภอคลองขลุง อำเภอขาณุวรลักษบุรี อำเภอบรรพตพิสัย อำเภอเก้าเลี้ยว อำเภอเมืองนครสวรรค์ สู่ทะเล

เส้นทางและพื้นที่ราบต่างๆ ที่ชุมชนตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้ฝั่งน้ำ จะถูกน้ำท่วมอย่างรวดเร็ว หากเขื่อนต่างๆในประเทศจีนที่สร้างคร่อมลำน้ำโขง เกิดพังลง

ทำไมเขื่อนต่างๆเหล่านี้ในประเทศจีนจึงพังลง เนื่องด้วยเหตุของแผ่นดินไหวต่อเนื่อง ในระดับ 8-10 ริกเตอร์ ไม่ใช่ไหวเป็นคราวๆอย่างในปัจจุบัน ก็จะถามต่อไปอีกว่า ทำไมจึงเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่องทั่วไปทั้งโลก ก็เนื่องจากแผ่นเปลือกโลกทุกแผ่นเคลื่อนตัวต่อเนื่องกันไปทั้งโลก ด้วยเหตุแกนพลังงานของโลกจะควงเป็นรูปเลข 8 วันละ 2 รอบเป็นเวลา 9 วัน

ก็จะมีคำถามต่อไปอีกว่า ทำไมถึงเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่องไม่หยุดเป็นเวลาหลายวัน โลกมีสภาพแม่เหล็กอยู่จำนวนหนึ่งแต่น้อยกว่า สนามแม่เหล็กของดาวหางที่มีขนาดใหญ่กว่าโลก 4 เท่า และมีมวลมากกว่าโลก 23 เท่า อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก และยังมีดวงจันทร์เป็นบริวารอีกหลายโหล มีเศษขยะอวกาศที่บริเวณหาง 2 หาง ยาวหลายล้านไมล์ สนามแม่เหล็กหรือปาร์ติเกิลโฟร์ที่ออกมาจากขั้วเหนือของดาวหาง ยามที่กำลังหันขั้วเหนือชี้มายังโลก สนามแม่เหล็กที่รุนแรงกว่าและเศษขยะพร้อมทั้งฝุ่นพิษสีแดง ก็จะพุ่งตามเส้นแรงแม่เหล็กตรงมายังโลก พร้อมทั้งกระตุ้นให้แกนในของโลก ทำให้แมกม่าเปลี่ยนทางเดินวุ่นวาย ยิ่งดาวหางเข้าใกล้โลกมากขึ้น อิทธิพลรบกวนสนามแม่เหล็กโลกก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

ปัจจุบันดาวหางอยู่เหนือวงโคจรของโลก อยู่ใกล้วงโคจรของดาวศุกร์ ห่างจากโลกประมาณ 40 ล้านไมล์ และจะขยับเลื้อยลงใกล้โลกจนเหลือระยะห่างเพียง 14 ล้านไมล์ ท่านลองกะประมาณเอาเอง ว่าขณะที่อยู่ห่างโลก 40 ล้านไมล์ ยังส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหวตามที่เป็นข่าวมาต่อเนื่องเช่นปัจจุบัน แล้วเมื่อยิ่งเข้ามาใกล้โลกทุกที ความรุนแรงของการเคลื่อนที่เปลือกโลกจะมีมากขึ้นเพียงใด แผ่นดินไหวขยับจาก 2-3 ริกเตอร์เมื่อตอนปี 2009 2010 พอเริ่มเข้าปี 2011 ได้ขยับขึ้นมาที่ 6-7.5 ริกเตอร์ และกำลังจะขยับสูงขึ้นต่อไป จนถึงระดับ 8-10 ริกเตอร์ ซึ่งถ้าไปเกิดตรงบริเวณที่สร้างเขื่อนต่างๆ เขื่อนย่อมทนอยู่ไม่ได้ และร่องน้ำหรือแม่น้ำที่สร้างเขื่อน ล้วนเป็นรอยแยกของเปลือกโลกทั้งนั้น จึงปรากฏเป็นร่องน้ำ มีน้ำไหลตามธรรมชาติ หรือเขื่อนต่างๆล้วนสร้างคร่อมรอยเลื่อนของแผ่นเปลือกโลกแทบทั้งสิ้น

เมื่อท่านได้ทราบเหตุและผลที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอีกไม่ไกลนี้ ก็จะถึงบางอ้อว่า โอกาสแม่น้ำโขงเปลี่ยนทางน้ำใหม่ ไหลหลากลงมาตามเส้นทางที่กล่าวไว้ข้างต้น ผู้ที่อยู่ในเส้นทางดังกล่าวแล้ว จึงควรเตรียมหาทีทางหนีน้ำท่วมเอาไว้ ส่วนจะเป็นช่วงเวลาไหน ยังไม่มีใครบอกได้ ทุกคนต้องติดตามผลจากสิ่งแวดล้อมที่ค่อยๆเปลี่ยนไป แล้วท่านจะทราบได้เอง 

แล้วจะอพยพไปที่ไหน ก็ต้องย้ายไปที่สูงกว่าที่อยู่เลยระดับ 220 เมตรเหนือน้ำทะเลปัจจุบันขึ้นไป ก็มีคำถามเกิดขึ้นอีกว่าแล้วทำไมต้องเลย 220 เมตรขึ้นไป ในเรื่องนี้ผู้คนส่วนใหญ่อาจไม่คาดคิดมาก่อน ว่าโลกกำลังปรับเปลี่ยนไปสู่ยุคพลังงานใหม่  ซึ่งโลกจะปรับเปลี่ยนทุกๆ 3,657 ปีโดยประมาณ คราวนี้ก็เช่นกัน เมื่อย้ายเอาขั้วโลกเหนือและใต้ปัจจุบัน มาไว้ที่แนวเส้นศูนย์สูตรใหม่ น้ำแข็งและหิมะที่ขั้วโลกเดิมจะใช้เวลาละลายเพิ่มน้ำในทะเลเป็นเวลาประมาณ 2 ปีหลังจากโลกย้ายขั้วแล้ว และน้ำจะขึ้นสูงประมาณ 700 ฟุต เมื่อรวมทั้งแผ่นเปลือกโลกของประเทศไทยจะทรุดต่ำลงไปประมาณ 40 ฟุต

ในขณะที่ประเทศอินโดนีเซียจะทรุดตัวเอียงไปทางก้นมหาสมุทรแปซิฟิก 80 ฟุต และพื้นที่บางส่วนได้จมอยู่ใต้คลื่นถาวรแล้ว และกำลังจะท่วมถึงสนามบินนาๆชาติที่กรุงจาร์การ์ต้า น้ำทะเลมาจ่ออยู่ที่หัวสนามบินแล้ว ต่อไปคอยฟังข่าวว่าสนามบินที่จาร์การ์ต้าก็ดี ที่สิงค์โปร์ก็ดีปิด ใช้งานไม่ได้ เหตุจากน้ำทะเลท่วม เมื่อถึงเวลานั้นประเทศเหล่านี้ จึงจะยอมรับว่าแผ่นดินในประเทศของตนทรุดต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ปัจจุบัน เม.ย. 55 รัฐบาลมาเลย์เซียโวยแล้ว ถนนในสนามบินนาๆชาติของบ้านเกิดมหาเดย์ ที่ปีนังเกิดน้ำทะเลท่วมถึงแล้ว เสียหน้ารัฐบาลกลางมาก รัฐมนตรีคมนาคม กำลังถูกเล่นงานให้แก้ไขด่วน

ส่วนในประเทศไทย ดูจากภาพถ่ายทางอากาศเปรียบเทียบต่างกันปีเดียว ก็เห็นชัดว่าที่ราบลุ่มภาคกลางแอ่นและทรุดตัว น้ำจึงท่วมสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา แต่ปัญหาน้ำท่วมจากฝนตกหนักของทางการ ออกประกาศทำให้คนไม่ฉุกคิดว่าทำไมแต่ละปี น้ำเริ่มท่วมมากขึ้นอย่างผิดปกติ และต่อไปน้ำทะเลจะท่วมเลยไปถึงนครสวรรค์ และบางส่วนเลยไปถึงสบปราบ ตามร่องน้ำเรียบถนนพหลโยธิน และในทุกๆพื้นที่ที่มีระดับประมาณ 210-220 เมตรเหนือน้ำทะเลปัจจุบัน...ไม่ได้เกิดน้ำท่วมทันทีทันใด ปลายปี 56 อาจท่วมสัก 100-120 เมตร ปลายปี 57 จึงท่วมสูงสุด...

รอให้น้ำทะเลส่วนหนึ่งกลายเป็นหิมะและน้ำแข็งที่ขั้วโลกใหม่ อีกหลายร้อยปี น้ำทะเลก็จะลดลง เมื่อขั้วโลกใหม่มีน้ำแข็งปกคลุมถึงระดับปกติแล้ว.....ผู้ที่มาเกิดในยุคนี้จะได้พบเห็นสิ่งแปลกใหม่หลายๆอย่างที่ไม่เคยเกิดมาหลายพันปี...ทำให้ตระหนักชัดว่าโลกไม่เคยหยุดนิ่ง และไม่มีอะไรคงตัวแน่นอน แม้พระอาทิตย์ในยุคพลังงานใหม่ก็จะเย็นลงกว่าเดิมอีกด้วย วงโคจรของโลกก็จะขยายใหญ่กว่าเดิม ปรับตัวขึ้นไปสู่ 4 th Density ส่วนดาวหางและมนุษย์เผ่าอานูนาคีที่อยู่บนนั้นจะยังคงอยู่ใน 3rd Density เหมือนเดิม ไม่ได้ปรับตามโลกไป ในอนาคตจึงไม่ได้เข้าใกล้โลกเหมือนกับรอบนี้ ไม่มีโอกาสมาย้ายขั้วโลกได้อีก 

ดังนั้นเมื่อโลกปรับแรงแผ่นดินไหวไปที่ 8-10 ริกเตอร์ ผู้ที่อาศัยในพื้นที่ที่แม่โขงอาจแวะมาเยือน ก็เตรียมตัวขึ้นไปสู่ที่ปลอดภัยได้ โดยยังไม่ต้องเชื่อสิ่งที่นำมาเล่าให้ฟังล่วงหน้าแต่อย่างใด แต่ได้พิจารณาภูมิประเทศจากภาพถ่ายดาวเทียม และเหตุผลแวดล้อมอื่นๆแล้ว มีความเป็นไปได้ที่แม่โขงจะเปลี่ยนทางน้ำไหล ผ่านเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย ซึ่งไหลสะดวกกว่าไหลไปทางเดิม เมื่อมีปริมาณน้ำหลากมากกว่าเดิมเป็นสิบเป็นร้อยเท่า หากเขื่อนในประเทศจีนพังลง พร้อมทั้งเขื่อนขนาดใหญ่ทั้งหลายในประเทศลาวก็จะมีสภาพไม่ต่างกับในประเทศจีน และน้ำในอ่างเหล่านี้จะหลากไหลลงมาที่อำเภอเชียงแสนเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากอยู่ท้ายน้ำของแม่น้ำเล็กๆในประเทศลาว

ต่อมาได้มีโอกาสเข้าไปศึกษา รายงานของหลวงลุงของคุณวิกรม จากญานทัศนะของท่าน ที่ตรวจดูเรื่องราวผลกระทบต่อพื้นที่ประเทศไทยค่อนข้างละเอียด คล้องจองกับหลักเกณฑ์และคำทำนายล่วงหน้าของคุณ Zeta มากทีเดียว กลุ่มชาวดาว Zetas ได้รับมอบหมายมาให้การช่วยเหลือสหรัฐฯโดยตรง จึงให้แต่หลักการกว้างๆในพื้นที่ประเทศอื่นๆรวมทั้งประเทศไทย ส่วนในรายละเอียดท่านบอกให้ไปพิจารณาเพิ่มเติมเอาเอง แต่ด้วยความเมตตาของหลวงลุงได้ตามไปดูผลต่างๆเอาไว้ค่อนข้างละเอียดทีเดียว และเพิ่งได้ทราบจากศิษย์พระอาจารย์รัตน์ว่า พื้นที่ในเมืองต่างๆจะมีกาซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่หนาแน่น อันจะเป็นสื่อดึงดูดลูกเห็บและขยะอวกาศขนาดต่างๆของ Planet X ลงมา ต่างกับในพื้นที่ชนบทห่างไกลที่มีอากาศดี จะไม่ได้รับอันตรายจากฝนลูกเห็บและขยะอวกาศ จึงเป็นอีกข่าวดี และสะดวกในการสร้างที่หลบภัยและที่อยู่อาศัยล่วงหน้า สำหรับผู้ที่เหลือรอดชีวิตหลังโลกย้ายขั้ว ลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างลงไปได้อักโขทีเดียว

เชิญทุกท่านร่วมด้วยช่วยกัน....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพของตนเอง ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆทุกเพศวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share