แชร์ประสพการณ์การสวดบทพระมหาจักรพรรดิ

http://www.ainews1.com/article791.html

แสงทิพย์อริยธรรม พระบรมธรรมบิดา บนยอดพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว ทรงประทานให้แก่ อ.ชัย แสงทิพย์ 

ข้าพเจ้าได้เริ่มขอเชิญทุกๆท่านมารวมกันสวดมนตร์ โดยรอบพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว ด้วยความช่วยเหลือของหลวงปู่ดู่ ในวันนี้ที่ 15  เมษายน 2554 ดังรายละเอียดในบทวิเคราะห์ฯนั้น เมื่อเริ่มสวดมนตร์ ปรากฏว่าได้รับความร่วมจิตจากมากมายหลายท่านอย่างพร้อมเพรียง เปล่งเสียงสวดมนตร์ดังก้องกังวาลไปทั่วบริเวณปริมณฑล ของมหาพีระมิดอันกว้างใหญ่ยิ่งกว่าทวีปเอเชีย ส่งพลังงานบุญกุศลขึ้นสู่แสงทิพย์อริยธรรมบนยอดพระมหาเจดีย์ฯ แผ่เมตตาออกไปโดยรอบ สู่สรรพสัตว์สรรพวิญญานทั่วทั้ง 3 โลก และเปล่งแสงทิพย์รัศมีแวววาวลงมาคลุม ผู้มาร่วมสวดมนตร์โดยรอบพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว ที่นั่งอยู่ในอาณาเขตของมหาพีระมิด ตั้งแต่ต้นจนจบ ข้าพเจ้าขอร่วมโมทนากับทุกๆท่าน ทั้งในอดีตปัจจุบันและอนาคต สาธุ สาธุ สาธุ
การสวดมนตร์ทั้งหมดตลอดทั้งการแผ่ส่วนกุศล และรวมบารมี หากเราแยกจิตให้อยู่ในวิมุตติสถานะโดยตลอด...เช่นอาศัยพระบรมธาตุของพระพุทธกัสสป ในภาพมหัศจรรย์ที่พระองค์ท่านทรงมีมหาเมตตาซ้อนภาพหลายมิติลงไว้ที่ทรวงอกของภาพของหลวงปู่ครูบาวงศ์นั้น 
 
นอกจากช่วยแยกจิตออกจากกายโดยทางลัดแล้ว ยังช่วยให้ใจ และกายอยู่ในสภาวะที่สมดุลเป็นกลางๆ อยู่ใน Neutral Zone ซ้อนกับสภาวะของพื้นที่จังหวัดลำพูนอีกด้วย ซึ่งท่านครูบาอินทร ท่านเจ้าอาวาสวัดสันป่ายางหลวง ท่านกล่าวว่า เขตจังหวัดลำพูนเป็นเขต Neutral Zone เป็นเขตแดนขั้นระหว่างเขต Electron และ Proton ซึ่งยิ่งจะส่งผลให้การปฏิบัติทุกขั้นตอน ยิ่งสัมฤทธิ์ผลได้ง่ายเข้า ให้แก่ทุกๆคนอย่างดีทีเดียว ซึ่งจะหาสถานที่ที่เป็น Neutral Zone บนโลกนี้ไม่ง่ายนัก  (ในอดีตและปัจจุบันป่าเขาในเขตจังหวัดนี้ จึงเป็นที่นิยมของพระกรรมฐาน ใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญภาวนา และหากดูจากภาพภูมิประเทศของกูเกิล ก็พบว่าภูเขาใหญ่น้อยในบริเวณนี้ยังเป็นรูปพีระมิด 3 เหลี่ยมบ้าง สี่เหลี่ยมบ้างกระจายไปทั่วทุกแห่งอีกด้วย เป็นธรรมชาติที่ช่วยสร้างพลังงานสิ่งแวดล้อมที่สงบ ลดทอนพลังงานลบของจักรวาล เหมาะแก่การปฏิบัติจิต)  ด้วยใจที่ไม่โอนเอนไปในทางแดนบวกและแดนลบ ท่านที่ยังไม่เคยลองปฏิบัติ ก็ทดลองดูได้ ว่าทั้งจิตและใจจะเป็นอย่างไรบ้าง

 
ส่วนท่านที่สามารถนำจิตของตนเข้าถึงมรรคได้แล้ว ไม่ว่าจะโดยวิธีในมหาสติปัฏฐานสูตร หรือโดยวิธีอภิญญาใหญ่ ที่ สมเด็จพระบรมธรรมบิดา เพิ่งเปิดโอกาสให้แก่มวลมนุษย์เมื่อปลายปี 2547 นี้เอง ตรงกับช่วงเวลาที่หลวงพ่อฤาษีกล่าวไว้ล่วงหน้าประมาณ 20 ปี ว่าอีก 20 ปีข้างหน้าพวกอภิญญาใหญ่จะมากันมาก ซึ่งการแยกจิตโดยพระท่านช่วยเหลือส่งเสริมโดยอภิญญาใหญ่เชื่อมต่อคลื่นความถี่สูง ให้แก่จิตจะทำได้รวดเร็วมาก นึกถึงก็ทำได้ทันที เหมาะแก่ภาวะสิ่งแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยเช่นปัจจุบัน ซึ่งจะใช้วิธีต่างๆในมหาสติปัฏฐานแยกจิตได้ยากกว่าแต่ก่อน คนส่วนใหญ่จะมีสมาธิสั้นและหายใจตื้นมาก พลังงานในจักรวาลและโลกไม่เอื้ออำนวย หากใช้การปฏิบัติแบบเดิม และใกล้กับวิบัติกาลของโลก ปรับเปลี่ยนไปสู่โลกใหม่พลังงานใหม่ และเชื่อมต่อไปสู่มิติที่สูงกว่า ใน 4th Density
ส่วนท่านที่แยกจิตออกจากกายโดยใช้วิธีในมหาสติปัฏฐานนั้น จิตจะมีพลังงานความสว่างเฉพาะตนส่วนหนึ่ง เช่นเดียวกับดวงกลมๆ หรือ Orb ที่หลายๆท่านเคยเห็นในภาพถ่ายโดยกล้องดิจิทอล สรรพวิญญาณที่ผ่านมาเห็นก็จะได้ร่วมโมทนาบุญได้ส่วนหนึ่ง หากท่านได้นำจิตของท่านไปอยู่ร่วมกับแสงทิพย์ของ พระบรมธรรมบิดา หรือใน พระบรมธาตุของพระพุทธกัสสป ในภาพมหัศจรรย์ ที่ทรงมาโปรดลูกหลานที่ยังตกค้างมาจากสมัยของพระองค์ท่าน ได้พบหนทางคืนกลับบ้านพระนิพพาน โดยสะดวกรวดเร็วก่อนวิบัติกาลของโลกคราวนี้จะอุบัติขึ้น ต่อเชื่อมคลื่นความถี่สูงของแสงทิพย์ที่พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ที่ปรินิพพานแล้ว ไปใช้แสงทิพย์ทั้งหมด ให้จิตของตนมีคลื่นความถี่สูงที่ทรงพลังมากเช่นเดียวกับแสงทิพย์ พร้อมกับแผ่เมตตาออกไปกับแสงทิพย์
 
ส่งพลังงานบุญกุศลไปแจกจ่ายให้แก่สรรพสัตว์ทั่วทั้ง 3 โลก ซึ่งล้วนเป็นลูกๆของพระบรมธรรมบิดาทั้งหมด ที่ สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ทรงแนะนำเอาไว้ตั้งแต่แรก ผ่านคุณแม่เกษรตั้งแต่เริ่มเปิดเว็บไซท์เมื่อปลายปี 2547  ซึ่งข้าพเจ้าก็ได้ศึกษารายละเอียด แต่ก็ยังไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ที่ สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ท่านทรงอนุญาต และสนับสนุนลูกๆทุกคนเต็มที่ ด้วยเรายังติดอยู่ในกรอบเก่าๆ ยังเกรงใจท่านที่เป็นใหญ่ บารมีสูงส่ง แล้วเราเป็นใครจะไปใช้งานท่าน ด้วยยังรู้ไม่รอบนั่นเอง เพิ่งมาเข้าใจเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2554 ที่บ้านคุณแม่เกษร เนื่องจากในบ่ายวันที่ 6 ม.ค. 54  ศ.ศุภางค์ เทียนนิมิตร ลูกศิษย์เก่าคนหนึ่งของคุณแม่มาเยี่ยมคุณแม่เกษร ที่กำลังจัดเตรียมงานไหว้ครูประจำปีของ พระบรมธรรมบิดา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 มกราคม บ่ายวันนั้นได้มีโอกาสนั่งสนทนากับอาจารย์ศุภางค์ และคุณปราณีต ฟังท่านอธิบายให้ฟังอย่างชัดเจนและเน้นแล้ว 3 รอบก็ยังไม่ซึ้งทั้ง 100 %
 
เมื่อปี 2552 อาจารย์ศุภางค์ ท่านได้ไปร่วมงานไหว้ครู สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ที่จัดขึ้นที่บ้านท่านผู้กำกับที่จังหวัดนครศรีธรรมราช งานเสร็จแล้วท่านอยู่ต่อ เพื่อรับการติวเข้มจาก สมเด็จพระบรมธรรมบิดา และอีกหลายพระองค์ มาเติมวิชาความรู้ให้แก่ท่าน และสมาชิกในกลุ่มอีก 5 คนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ท่านเน้นว่าลูกๆจะให้พ่อเป็นอะไรต่างๆแม้สัตว์เล็กสัตว์น้อย พ่อก็จะเป็นให้ลูกได้ทั้งนั้น เมื่อได้รับฟังแล้ว พระท่านรู้ว่าในจิตของเรายังไม่ยอมรับ ท่านจึงให้อาจารย์ศุภางค์ เน้นอยู่ 3 รอบ เมื่อจบการสนทนาในเย็นวันนั้น นอนหลับไป 1 คืนพอรุ่งเช้าได้คิดเห็นสิ่งที่สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ที่ทรงมาเน้นให้ลูกๆช่วยกันปฏิบัติอย่างที่ได้ทรงแนะนำ ว่าให้เราตั้งโปรแกรมจิตของเราโดยอาศัยแสงทิพย์ของพระองค์ท่าน นำแสงทิพย์ไปติดตั้งยังสรรพสัตว์ต่างๆ สถานที่ต่างๆได้ทั่วอนันต์จักรวาล เพื่อให้สรรพสัตว์ทั้งหลายซึ่งล้วนเป็นลูกๆของพระองค์ท่านที่ถูกส่งมาท่องเที่ยวในจักรวาลต่างๆแล้วเกิดหลงทาง หาทางกลับบ้านเดิมไม่ได้ เลยไม่จบหลักสูตร
 
ตอนเย็นวันที่ 8 มกราคม หลังงานพิธีไหว้ครูเสร็จ ก็เข้าไปกราบลาคุณแม่เกษร เพื่อจะเดินทางไปวัดสันป่ายางหลวง และเลยไปอำเภอทุ่งหัวช้าง ไปกราบพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว และไหว้พระพุทธบาทอีก 4 รอย แล้วขอพักแรมที่บ้านพ่อครูจรูญ สุริยวงศ์ ต่ออีก 1 คืนจึงจะเดินทางกลับ กทม. ได้เข้าไปรายงาน สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ซึ่งกำลังใช้ร่างกายคุณแม่เกษร สงเคราะห์ลูกๆปิดทองพระ 7 พระองค์ ยังไม่เสร็จทุกคน ได้ไปกราบเรียนพระองค์ท่านว่า ลูกได้ฟังที่ทรงรับสั่งมากับท่านอาจารย์ศุภางค์ นั้น ลูกเข้าใจดีแล้ว และได้ทำการติดตั้งสถานีลูกข่าย หรือ Cellular Stations เผยแพร่แสงทิพย์ไปทั่วอนันต์จักรวาลเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อพระองค์ท่านได้ฟังรายงาน ทรงพูดว่า พ่อรอได้ยินคำนี้ออกจากปากของลูกมานานแล้ว (รอถึง 6 ปีลูกจึงเข้าใจวัตถุประสงค์) ขณะนั้นพระองค์ท่านทรงยินดีมาก หันไปหยิบมีดหมอเล่มใหญ่มาลงกระหม่อมเพิ่มไอคิวให้ ก่อนจะกราบลา ท่านบอกว่าจะได้คิดอะไรได้เร็วๆหน่อย  การที่ทรงอนุญาตเช่นนั้น ให้เราขอบารมีแสงทิพย์ของพระองค์ท่าน ให้นำไปติดตั้งยังที่ต่างๆ รวมทั้งในสรรพสตว์ทั้งหลายด้วย เช่นที่ตัวปลาทุกๆตัวในสระขนาด 5 ไร่ที่หน้าบ้านพ่อครูจรูญ และเมื่อมันหมดอายุตายไป ก็ขอให้แสงทิพย์สืบต่อไปยังลูกๆของปลารุ่นต่อๆไปด้วย เป็นต้น
 
สำหรับท่านที่มีพีระมิดส่วนตัวที่ได้มา ระหว่างการปฏิบัติวิปัสสนา โดยใช้อุปกรณ์แถบพีระมิดของพระอาจารย์รัตน์นั้น สามารถนึกเอาพีระมิดนั้น มาใช้ปรับสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้นด้วยเส้นแสงพีระมิด ให้ตัวเรานั่งอยู่ใน Queen Chamber โดยหันยอดพีระมิดลงดินในปัจจุบัน ที่กาแลกซี่อันโดรเมดากำลังส่งประจุลบจำนวนมากมายังโลก อนุมูลอิสระที่ร้อน และยังสามารถขยายพีระมิดให้ครอบคลุมเพื่อนสหธรรมมิกทั้งหลายทุกดวงจิตทั้งภาคมนุษย์ และในมิติพลังงานทั้งหมด ให้ได้รับสิ่งแวดล้อมที่เหมาะควรแก่การปฏิบัติธรรมร่วมกันได้สะดวกขึ้นอีกด้วย
 
พร้อมกับอัญเชิญภาพพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว มาไว้ตรงกลางพีระมิด เป็นองค์ประธานที่ผู้มาร่วมสวดมนตร์นั่งล้อมรอบองค์พระเจดีย์ เพิ่มแสงบุญบารมีที่สวดมนตร์ผ่านเซิร์บเวอร์ขนาดใหญ่สุดประมาณ ของแสงทิพย์แผ่กุศลไปทั่วทั้ง 3 โลกตลอดเวลาตลอดการสวดและแผ่เมตตา
 
ขอย้อนกลับมาที่การเดินมรรค  ระหว่างที่กำลังสวดมนตร์บทพระมหาจักรพรรดิ ไปซักระยะจิตอาจแยกเข้าไปอยู่ในสภาวะมรรค (22 ก.ย. 54) จิตจะเบาสบายเป็นอิสระจากกายโดยสิ้นเชิง ที่หูจะสัมผัสกับเสียงโลกทิพย์ชนิดหนึ่งตลอดเวลา ไม่ว่าจะหลับตาหรือลืมตา และหากรักษาอยู่สภาวะนั้น ก็จะได้ยินเสียงโลกทิพย์ที่มีความสงบร่มเย็นอีกสภาวะหนึ่งแถมมาด้วย (ตรงนี้อาจไม่เหมือนกันทุกคน) ตอนถึงมรรคตอนแรกๆไม่มีของแถม มรรคมิติซ้อนกับสภาวะของขันธ์ห้าในกายมนุษย์ ที่ทำงานตามปกติ กับประสาทสัมผัสทั้งห้า และใจ สามารถปฏิบัติงานต่างๆได้ตามปกติในทุกๆอิริยาบท ยกเว้นตอนนอนหลับ ส่วนจิตจะอยู่ในองค์มรรคตลอดเวลา 24 ชั่วโมง
 
ทำให้นึกถึงคำพูดของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ที่สั่งไว้ว่าอย่าดับเครื่อง กล่าวคือเมื่อจิตแยกเข้าไปอยู่กับมรรคได้แล้ว รู้ตัวว่าอยู่กับสภาวะนั้นอยู่ เช่นเดียวกับที่มรรคเคยปรากฏในจิตครั้งแรก โดยการใช้มหาสติปัฏฐานวิธี เมื่อ 25 ปีมาแล้ว แต่เวลานั้นเมื่อได้พบแล้วไปถึงมรรคแล้ว ไม่ทราบวิธีในการดำรงค์สภาวะนั้นเอาไว้ รอมาเรื่อยกว่าจะพบพระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ ได้ฟังวิธีการเดินมรรค ที่ท่านเทศนาเอาไว้ใน MP3  นำมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ คืออย่าดับเครื่อง จะทำอะไรในความปกติของกายก็ทำไปเหมือนเดิม แต่จิตที่แยกไปอยู่ในองค์มรรค มันก็จะอยู่ของมันอย่างนั้น เสียงโลกทิพย์ที่หูได้ยินก็จะได้ยินอยู่อย่างนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบทใด ยกเว้นตอนนอนหลับ ต่างทำหน้าที่ไปคนละอย่างในตัวคนเดียวกัน กายหยาบกับกายละเอียดคนละมิติ
 
โดยจิตแยกไปเป็นอิสระอยู่ในองค์มรรค พระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ ท่านจะเน้นว่าให้อยู่ในมรรคนั้นทีละนานๆ ทีละหลายๆวัน หลายๆสัปดาห์ หลายๆเดือนต่อเนื่อง โดยไม่ต้องไปตั้งท่าตั้งทางอะไร เพิ่งสังเกตได้ว่า เพียงให้จิตมันระลึกรู้ว่ากำลังอยู่ในมรรคอยู่อย่างนั้น ส่วนกายมีหน้าที่อะไรก็ทำไป ทำหน้าที่กันคนละมิติตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง 
เป็นอันว่าคราวนี้จะลองระลึกไว้ไม่ดับเครื่อง แม้ก่อนจะหลับจะลองระลึกเอาไว้ ปล่อยให้กายมันหลับไป จะดูซิว่าพอตื่นขึ้นมา จิตมันยังจะอยู่ในองค์มรรค เช่นเดิมหรือไม่ ไม่ลองก็ไม่รู้ เหมือนคนหัดขับรถเป็นแล้ว ก็ไม่ลงจากรถขับมันเรื่อยไปจนสุดทางมรรค ตามที่พระอาจารย์รัตน์ท่านสอนวิธีการเอาไว้ ใหม่ๆอาจสลับไปสลับมา แต่เมื่อปรากฏว่ามันแยกกันทำงานไปได้พร้อมๆกับกายหยาบ...พบอย่างนี้แล้วก็ทางใครทางมัน จะลองดูว่าจะอยู่ในมรรคได้ซักกี่วัน  สังเกตเห็นชัด เลยนำมาเล่าสู่กัน สำหรับผู้ที่ได้มรรคแล้วคงจะพอเข้าใจ
 
ที่ต้องการทราบว่าเมื่อกำหนดอยู่ในมรรคจนหลับไปนั้น ครั้นเมื่อตื่นขึ้นมาสภาวะมรรคยังปรากฏอยู่อีกหรือไม่นั้น ปรากฏว่าได้ลองทำแล้วมรรคยังปรากฏอยู่เช่นเดิมเมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เลยทำให้เข้าใจว่า การกำหนดมรรคของหลวงปู่เมฆ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าขวาง จังหวัดสงขลา ที่ท่านกำหนดเดินมรรคอยู่ภายใต้ถุนกุฏิของสมเด็จพระสังฆราช ที่วัดราชประดิษฐ์ฯในสมัยนั้น ท่านทำได้ตลอดเวลา ตลอดทั้ง 24 ชั่วโมงได้อย่างไร ซึ่งหลวงปู่ทำอยู่ 22 วันก็สุดทางมรรค หลวงปู่เล่าเอาไว้ในบันทึกที่หลวงปู่เขียนขึ้น 3 เดือนก่อนหลวงปู่ละสังขาร
 
หากเราไม่ดับเครื่องอย่างที่หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ แนะนำไว้ สภาวะมรรคนั้นก็จะปรากฏแก่จิตอยู่ตลอดเวลา ยิ่งต่อมามีเสียงโลกทิพย์แถมมาด้วย ยิ่งเห็นชัดคือได้ยินเสียงที่หูไปด้วยตลอดเวลา คล้ายกับขับรถอยู่บนไฮเวย์และฟังเพลงไปด้วย ร่วมกับภาวะแห่งมรรคเช่นเดียวกับที่มรรคได้เกิดขึ้นตอนทำมหาสติปัฏฐานนั่น แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ยินเสียงโลกทิพย์
 
ผู้ขับรถยนตร์เป็นใหม่ การบังคับรถยังไม่ค่อยชำนาญ เช่นเดียวกันกับผู้กำลังเดินมรรค และในขณะเดียวกันเอากายใจทำภารกิจต่างๆไปด้วย อารมณ์วิปัสสนาอาจจางลงได้ เนื่องจากจิตเลื่อนจากความเป็นกลางไม่อยู่ใน Neutral Zone ทั้งนี้เพราะความเคยชินจิตตามใจมานานนั่นเอง
 
แก้ปัญหาตรงนี้โดยปากภาวนา โส-เส-สิ-สุ-มัง ของหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดรไปด้วย ระหว่างที่กายใจทำงานตามปกติ ช่วยดึงจิตกลับมาเป็นกลางทันที อุปกรณ์พิเศษที่หลวงปู่ให้ไว้วิเศษแท้ๆ
 
การได้ฟังครูบาอาจารย์ที่ท่านผ่านมาแล้ว ฟังครั้งแรกเราอาจไม่เข้าใจ แต่ให้เราเก็บข้อมูลเอาไว้ไม่ต้องสงสัย วันข้างหน้าถ้าเราไม่ละทิ้งสิ่งที่ทำมา เราก็จะพบด้วยตนเองแล้วก็จะเข้าใจ สิ่งที่ครูบาอาจารย์ท่านเคยเล่าให้ฟัง มันเป็นเช่นนั้นเอง เคยตั้งใจว่า จะหาโอกาสเน้นการเดินมรรคอย่างเดียว อยู่โดยรอบพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว โดยละวางสิ่งอื่นๆลงทั้งหมด เพื่อปฏิบัติบูชาสมเด็จพระพุทธกัสสป เมื่อปรากฏว่ามรรคกลับมาปรากฏชัดเจน ระหว่างที่สวดมนตร์พระมหาจักรพรรดิดังที่กล่าวแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องรอคอยโอกาสให้ว่างเว้นจากงานต่างๆ สามารถทำได้ทันทีเลยตลอดเวลา ที่อยู่ในอิริยาบทต่างๆก็จะปรากฏมรรคมิติ และหูได้ยินเสียงโลกทิพย์ เสียงแห่งความสงบร่มเย็นพร้อมไปด้วยเป็นของแถมอย่างชัดเจน นอกจากในที่มีเสียงดังมากๆ 50-60 เดซิเบลขึ้นไป กลบเสียงละเอียดลงจะยากแก่การได้ยิน ต้องรอให้เสียงภายนอกเบาลงก่อน จึงจะได้ยินเสียงโลกทิพย์นั้นดังเดิม
 
ก่อนสรุปขอย้อนไปที่การทำสมาธิหรือวิปัสสนา หลังจากสวดมนตร์บทพระมหาจักรพรรดิจบแล้ว และได้อาราธนาพระเข้าตัว ก่อนทำสมาธิหรือวิปัสสนาตามอัธยาศัยนั้น นำพระผงของหลวงปู่ดู่มากำไว้ในฝ่ามือทั้งสองข้าง จะรับสัมผัสได้ว่ามีพลังงานขยายออกและยุบลงโดยรอบองค์พระทุกๆวินาทีที่องค์พระผง จังหวะเท่ากับแรงดึงดูดของจักรวาล ซึ่งดูด-ผลักทุกๆ 1 วินาที โดยต้องกำองค์พระแนบกับเนื้อพอสมควร ไม่ต้องกลัวว่าพระจะเจ็บ ก็จะยิ่งสัมผัสได้ชัดเจนตลอดเวลาการทำกรรมฐาน
 
ก่อนเริ่มทำสมาธิ หลังจากได้รับพระเข้าตัวแล้ว ทุกท่านยังสามารถเพิ่มคำขอหรืออธิษฐาน ขอแสงทิพย์ของพระบรมธรรมบิดา ให้เข้ามาในร่างกายผ่านทางกระหม่อม เข้าสู่เซลล์ทุกเซลล์ทั่วร่างกาย เข้าถึงภายในนิวเครียส ขอแสงทิพย์เปลี่ยนวัตถุอันเป็นขยะอยู่ภายในเซลล์ให้เป็นพลังมโนธาตุ เพิ่มความเย็นให้แก่เซลล์ให้แข็งแรง และมีอายุยืนเพิ่มขึ้น เมื่อได้เพิ่มคำขอเสร็จแล้วก็เริ่มทำสมาธิแล้วสังเกตร่างกายของตนเอง เรื่องนี้เป็นเรื่องของใจและกาย ส่วนจิตก็เดินมรรคไปตามหน้าที่ของจิตเพิ่มคลื่นความถี่สูง
 
สิ่งนี้เป็นสัมผัสทางกาย......เชิญอ่านต่อ ตอนต่อไป และพบกับภาพอัศจรรย์ หลวงปู่พล อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองคณฑี ช่วยเสริมพลังงานการแผ่เมตตาแก่ลูกศิษย์
 
เชิญทุกท่านร่วม.... ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆทุกเพศวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share