แชร์ประสพการณ์บทสวดพระมหาจักรพรรดิ

http://www.ainews1.com/articl791_a.html

ที่สะท้อนไปถึงใจระหว่างทำกรรมฐาน ว่าพระของหลวงปู่มีชีวิต ช่วยให้ผู้ใช้ทำกรรมฐานเบื้องต้นง่ายและลัดเข้าสู่หัวหาดพระนิพพานได้เร็วขึ้นมากเข้า และหากต่อยอดในการดูและปล่อยวางอาการที่สัมผัสได้ถูกต้อง จะสามารถช่วยให้จิตละออกจากกายเข้าไปถึงมรรคก็ได้ เป็นวิธีทางลัดอีกวิธีหนึ่งโดยอาการพองยุบของรอบองค์พระในฝ่ามือทั้งสองนั้น ตรงกับจังหวะดูดผลักของโลกและจักรวาล ลูกศิษย์ของพระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ จะใช้วิธีกำหนดดูจังหวะตึ๊บๆทางกายที่จุดต่างๆสลับไปมาไม่ให้จิตเคยชิน และไม่ทรมานกายเกินไป 

 
ที่จิตรับสัมผัสได้นี้ ต่อการนำจิตเข้าถึงมรรคอย่างนิ่มนวล ไม่รุนแรงเหมือนใช้มหาสติปัฏฐานบางหมวด ที่สะสมคลื่นความถี่สูง เมื่อรักษาจิตให้อยู่ในระหว่างกลางของ Proton และ Electron หรืออยู่ในอุเบกขาภาวะ (Neutral Zone) จนจิตได้ระดับมีพลังงานของตนมากเพียงพอ จากคลื่นความถี่สูงที่จิตสะสมเอาไว้ตลอดเวลาการปฏิบัติต่อเนื่อง ประมาณ 1 ชั่วโมงหรือชั่วโมงเศษ มันจะมีอาการคล้ายเกิดการระเบิด กายเนื้อหายไป ซึ่งหลวงพี่อาจินต์ก็เดินไปถึงจุดนี้เช่นเดียวกัน จิตที่สะสมคลื่นความถี่สูง มากพอที่จะเอาชนะแรงดึงดูดของโลก จักรวาลต่างๆ จิตมันก็หลุดพ้นออกเป็นอิสระทันที แต่นั่นเพียงถึงหัวหาดพระนิพพาน จิตยังต้องสะสมคลื่นความถี่สูงต่อไปให้จบภารกิจ หรือเกิดมรรคที่สมบูรณ์จิตจึงจะกลับไปอยู่ในสภาวะจิตเดิมอย่างถาวร พึ่งตนเองไม่ต้องพึ่งกายเนื้อกายแสงอีกต่อไป
 
ก่อนที่จิตจะหลุดพ้นจากแรงดึงดูดของกายหรือของโลก และจักรวาลต่างๆที่ครอบทุกสิ่งบนโลกนี้เอาไว้ นักวิทยาศาสตร์เรียกว่าแรงโน้มถ่วงนั่นเอง แรงโน้มถ่วงทั้งหมดที่มนุษย์ผู้ปฏิบัติกรรมฐานต้องสะสมคลื่นความถี่สูงมากพอทีเดียว จึงจะหลุดจากแรงดึงดูดของโลกและจักรวาลต่างๆนี้ได้ ผู้ที่มาถึงตรงนี้จึงบอกเหมือนๆกันว่า จิตรู้สึกเบาสบายเป็นอิสระอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อนนั่นเอง จิตหลุดพ้นจากการถูกเหนี่ยวรั้งพันธการของกิเลสชั่วคราว
 
โดยต้องเข้าใจว่าเมื่อเครื่องยนตร์ทำงานใช้งานได้แล้ว ไม่ควรดับเสีย มันสตาร์ตติดขึ้นมาแล้วใช้ต่อไปให้จบครอส ไปถึงความสมบูรณ์ของมรรค ที่พระอาจารย์รัตน์ ท่านเล่าเอาไว้ใน MP3 นั่นเอง....ไม่ต้องเสียโอกาสปล่อยทิ้งไว้หลายๆสิบปี หรือตายไปเสียก่อน โดยหาทางไปต่อไม่พบ....ต้องไปติดอยู่แค่สวรรค์...หรือปิดอบายภูมิในพระบาลี
 
สรุปว่าไม่ต้องรอเวลาโอกาสพิเศษใดๆกันอีกก็ได้ หมั่นลงมือทำ หรือหวนกลับไประลึกถึงสภาวะมรรคที่เคยปรากฏแก่จิตแล้ว ไม่ว่าจะโดยใช้วิธีใดๆก็ตาม ซึ่งมีอยู่หลากหลายวิธี รวมทั้งวิธีทางลัดต่างๆที่พระองค์ทรงเมตตานำมาให้แล้ว เช่น พระบรมธรรมบิดา   หรือภาพพิเศษของ สมเด็จพระพุทธกัสสป เพียงกำหนดจิตให้อยู่ในสภาวะมรรค แบบอภิญญาใหญ่ ลัดง่าย สะดวกรวดเร็ว โดยเฉพาะท่านที่มีศรัทธาจริตนำหน้า พุทธจริด ซึ่งสมเด็จพระพุทธกัสสป ท่านบำเพ็ญเพียรมา 8 อสงไขยกับแสนมหากัป ก่อนมาตรัสรู้ เทศนาสั่งสอนอยู่ 20,000 ปีจึงเสด็จปรินิพพาน จิตทำหน้าที่เดินมรรคส่วนกายใจก็ทำเรื่องของโลกไปตามปกติ จะเปรียบว่าขับรถไปด้วยพร้อมกับฟังเพลง ก็คล้ายๆอย่างนั้น โดยตั้งใจขับรถไปบนทางพิเศษนั้นให้ถึงเป้าหมาย โดยไม่หยุดรถหรือเลี้ยวลงข้างทางไป ซักวันหรือเวลาหนึ่งเวลาใดเราก็จะถึงปลายทาง จะเร็วจะช้าอย่างไร ยังบอกไม่ได้ แล้วแต่ของใครก็ของคนนั้น มีเหตุปัจจัยแวดล้อมต่างๆกันออกไป กำหนดกันไม่ได้ ทำอย่างเดียวให้สม่ำเสมอก็แล้วกัน ขึ้นทางด่วนได้แล้วก็จงขับไปจนถึงที่หมายไม่ต้องคิดอย่างอื่น....ไม่ต้องคิดมากเล่าให้ลองฟังเอาไว้พอเป็นสังเขป
 
หลวงปู่พล ธมมปาโล เพิ่มพลังการแผ่เมตตา
 
ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่เข้าใจอะไรต่างๆค่อนข้างช้า เช่นได้เฝ้าถามตนเองอยู่เสมอๆว่า การสวดมนตร์บทต่างๆที่ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย กว่าท่านจะได้มาครบทั้งบทนั้นแสนยากยิ่ง แต่ท่านก็เมตตานำมาถ่ายทอดให้แก่ศิษย์ได้น้อมนำไปปฏิบัติเป็นประจำสม่ำเสมอ จะเกิดคุณประโยชน์แก่ผู้ปฏิบัติและผู้อื่นร่วมไปด้วยอีกเหลือคณานับ เคยได้เห็นภาพการร่วมส่งจิตแผ่เมตตาของหลวงปู่พล ธมมปาโล อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองคณฑี จังหวัดสระบุรี

 
 
สร้างพลังงานใหญ่ยิ่งกว่าพายุทอร์นาโด พลังงานหมุนตามเข็มนาฬิกาวนออกไปจากผู้ที่ตั้งใจแผ่เมตตา โดยได้พลังจิตของครูบาอาจารย์ (ในภาพหลวงปู่พล ยืนอยู่ด้านขวาของท่านพล.อ.ทวนทอง สุวรรณทัต เข้าใจว่าเป็นการปล่อยนก) ช่วยส่งเสริม
 
การสวดมนตร์ด้วยกายวาจาใจที่อยู่ใน Neutral Zone นั้น ข้าพเจ้าเปรียบเหมือนกับการสร้างพลังงานคลื่นความถี่สูง ยิ่งได้บารมีของครูบาอาจารย์และพระมาร่วมสวดด้วย รูปถ่ายพลังงานแห่งเมตตา ก็จะเกิดขึ้นดุจเดียวดังในภาพของหลวงปู่พล หลวงปู่อาจช่วยให้ช่างภาพถ่ายรูปพลังงานนี้ติดออกมา สำหรับเป็นคำตอบแก่ผู้ที่ยังไม่เข้าใจการเปลี่ยนการกระทำด้วยกาย วาจาใจ ให้เป็นพลังงานเย็นแถบคลื่นสีเหลือง ที่สรรพสัตว์ต่างๆที่ได้เห็นแล้วต่างได้ร่วมโมทนาปรับภพภูมิของตนให้ดียิ่งขึ้นกว่าเก่า เช่นเดียวกับคำอธิบายของคุณ Zeta ในการปรับเปลี่ยน Density ที่ต่างกันด้วยคลื่นความถี่ต่างกันนั่นเอง...
 
การใช้อุปกรณ์และเครื่องช่วยสวดมนตร์และแผ่เมตตานี้ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ได้สรรสร้างโปรแกรมที่ละเอียดละออและยิ่งใหญ่มาก ท่านลองค่อยๆพิจารณาในบทวิเคราะห์บทสวดพระมหาจักรพรรดิของหลวงปู่ฯได้ ถ้าเข้าใจดีแล้ว ท่านจะได้ทางลัดอันประมาณค่ามิได้...ซึ่งข้าพเจ้าติดตามหาวิธีการและอุปกรณ์เช่นนี้มาเกือบทั้งชีวิต
 
พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าทุกอย่างเกิดขึ้นมาจากเหตุทั้งสิ้น การทำความดีของมนุษย์ก็เป็นการสร้างเหตุอย่างหนึ่งเหมือนกัน การสวดบทพระมหาจักรพรรดิ และบทอริยทรัพย์ ก็ดี กว่าจะออกมาเป็นบทสวดได้ ครูบาอาจารย์ท่านพิถีพิถันและมีเหตุเบื้องหลังมากมายทีเดียวกว่าจะมาเป็นบทสวดให้แก่เรา
 
ที่นี้มาที่ผู้สวดอาจแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท
  • ประเภทแรกสวดพร้อมกันทั้งจิตและใจ ไปกับกายวาจา
  • อีกประเภทหนึ่งให้ใจสวดไปกับกาย วาจา ส่วนจิตแยกไปเดินมรรคซึ่งเป็นวิปัสสนา ทำงานกันคนละหน้าที่ไปพร้อมๆกัน
วิธีการสวดในบทวิเคราะห์พระมหาจักรพรรดิ ผู้ที่มาร่วมสวดอยู่โดยรอบพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว จะร่วมทำความดีร่วมกับพรหมเทวดา พระโพธิสัตว์เจ้า และพระมหาจักรพรรดิทุกๆพระองค์ รวมทั้งพระมหาจักรพรรดิของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์มี สมเด็จพระบรมธรรมบิดา เป็นองค์ประธาน มีแสงทิพย์ของพระองค์ท่านอยู่ที่ยอดพระมหาธาตุเจดีย์ ที่ทรงโปรดให้ลูกหลานได้เห็นทั้งด้วยตาตนเองถึงพลังแสงทิพย์ที่มีชีวิตเพิ่มลดขนาดตลอดเวลา และจากภาพภ่ายด้วยกล้องดิจิทอล
 
ท่านที่เห็นการสนับสนุนแผ่เมตตาของหลวงปู่พล แล้ว นั่นหลวงปู่ฯช่วยเพียงองค์เดียวเท่านั้น ยังเกิดผลยิ่งใหญ่สุดประมาณ คือล้นจอภาพไม่ทราบว่าเท่าไร ส่วนผู้ที่ร่วมสวดมนตร์หมู่ที่รอบๆพระมหาธาตุเจดีย์แสงแก้ว ที่หลวงปู่ดู่ส่งแสงพระโพธิสัตว์ไปรับมาก็มากทีเดียว บรรดาท่านที่อยู่ชั้นจาตุมมหาราชิกาลงมา จะไปไหนไกลๆไม่ได้ต้องอยู่ในขอบเขตอาณาบริเวณของตนเท่านั้น ข้าพเจ้าเคยชวนชาวลับแลที่เมืองกาญจน์ที่เคยอุปถัมภ์เกื้อกูลการทำงานมาร่วมกัน พวกเขาก็เงียบมาไม่ได้
 
ต่อมาภายหลังจึงได้ทราบจากวิธีการของหลวงปู่ดู่ ต้องใช้พลังบารมีของแสงพระโพธิสัตว์ที่บารมีแก่กล้า หรือแสงทิพย์ของพระพุทธเจ้าไปรับพวกเขาทั่วอนันต์จักรวาลพวกเขาจึงจะมาได้ เพื่อมาร่วมปรับยกภพภูมิให้สูงยิ่งกว่าเก่า ใครๆก็อยากจะมาร่วม ถ้าไม่ขัดข้องทางเทคนิค การได้รับความเมตตาจากพระและครูบาอาจารย์ต่างๆอย่างครบครัน โดยเฉพาะตั้งแต่ สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ลงมา ช่วยสนับสนุนเพิ่มพลังงานการสวดมนตร์การแผ่เมตตาของผู้สวดมนตร์ตลอดเวลา การกระทำความดีทางกาย วาจาใจ และจิตของทุกๆท่าน ที่มาร่วมนั้นจะเป็นการสร้างและส่งพลังงานครั้งยิ่งใหญ่มากมายสุดพรรณา
 
ผู้ที่เข้าถึงวงจร การสร้างพลังงานในแถบคลื่นสีเหลืองสีแห่งความเย็นความมีเมตตา เป็นที่ต้องการของสรรพสัตว์ในทุกๆมิติ พระอาจารย์รัตน์ เคยใช้แสงพีระมิด ไปสงเคราะห์ชาวดาวอังคาร ที่บาดเจ็บด้วยอุบัติเหตุ โดยเพื่อนชาวดาวอังคารอีกคน มาส่งข่าวพระอาจารย์ ท่านบอกว่าไปถึงเขาแล้วก็ใช้พลังแสงคลื่นสีเหลืองหรือพลังแห่งเมตตานี้ ช่วยรักษากายทิพย์ (กายพลังงาน หรือ subatomic) ของเขาให้หายเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว มนุษย์ใช้กายเนื้อ ต้องใช้เวลามากกว่ากันเยอะ...ไม่ได้ชวนให้ไปใช้กายเดียวกับชาวดาวอังคารหรอกนะ
 
พวกเขาใช้คลื่นความถี่สูงกว่าของมนุษย์ซึ่งใช้อยู่เพียงมิติที่ 3 หรือ 3rd Density เท่านั้น...ผู้ที่อยู่ในมิติคลื่นความถี่สูงกว่าสามารถจัดการปรับลดสลับมิติได้ตามต้องการ เมื่อต้องการให้มนุษย์มองเห็นตัว ก็ปรับลงมาในมิติที่ 3 ชั่วคราว อย่างนี้กระมังที่พระอาจารย์รอการเปิดแถลงข่าวสำคัญ อันเป็นผลงานการแปลภาษาต่างดาว โดยรอให้ชาวดาวอังคารนำยาน UFO มาตั้งยืนยัน ให้ผู้สื่อข่าวได้ชมด้วยที่วัดดอยเกิ้ง แล้วจึงจะเปิดแถลงข่าวพิเศษ ที่มนุษย์ยากที่จะรับฟังและเชื่อถือ..ก็รอดูต่อไป เมื่อทางวัดดอยเกิ้งมีงานสำคัญต่อชาวโลก จะได้ทราบข้อมูลต่างๆล่วงหน้า ถึงวิบัติกาลของโลกจะเป็นอย่างไรบ้าง
 
ส่วนหลายๆท่านที่มาร่วมสวดมนตร์ด้วยจิตอย่างเดียว และมนุษย์ที่ฝากจิตของตนเอาไว้กับพระบรมธาตุของ สมเด็จพระพุทธกัสสป นั้น หรือผู้ที่เคยแยกจิตออกจากกายมาก่อน จิตก็จะเดินมรรคเพิ่มคลื่นความถี่สูงไปด้วย และแผ่เมตตาฝากไปกับแสงทิพย์ เป็นภารกิจในภาคโลกกรุตระ
 
การกระทำความดีทั้งสองประเภทไปพร้อมๆกัน ก่อให้เกิดผลดีแก่ผู้ที่ได้รับทั่วอนันต์จักรวาลในทุกๆภพภูมิ และแก่ตัวผู้ปฏิบัติเองพร้อมครอบครัว และญาติพี่น้องทั้งอดีตและปัจจุบัน
 
สำหรับหลายๆท่านที่อาจเคยชินแต่เฉพาะการสวดมนตร์ไปพร้อมๆกันทั้งจิตและใจ ในมิติทางโลกียะเพียงอย่างเดียวนั้น ถ้าเริ่มมีความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนการทำความดีด้วยกายวาจาใจ แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานออกไปมากมายมหาศาล ตามที่ยกตัวอย่างมาให้เห็นนั้น และท่านต้องการแยกการกระทำความดีใน 2 มิติทั้งทางโลกรุตระและโลกียะ ชนิด Dual Tracks ท่านก็ย่อมทำได้ โดยตัดความกังวลสงสัยออกไป
 
ลองทดลองใช้ทางลัดของ สมเด็จพระพุทธกัสสปโปรดลูกหลาน ท่านก็จะสามารถฝึกเดินมรรคไปด้วยภายในองค์พระบรมธาตุ และปล่อยให้กายใจสวดมนตร์ไปด้วยพร้อมๆกัน ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ในเมื่อท่านได้พบทางลัดแล้ว ก็ลงมือลองใช้ได้เลย ไม่ต้องลังเลใดๆ เรานึกจะเดิน แล้วเราก็เดินไป ยังเดินไปได้ทั้งๆที่กายเนื้อนั้นหนักอย่างยิ่งด้วยแรงดึงดูดของโลกและจักรวาลต่างๆ ส่วนเมื่อเรานึกให้กายพลังงาน(subatomic) เราทำอะไรยิ่งสะดวกรวดเร็ว เร็วยิ่งกว่าแสงเดินทาง ท่านลองนึกถึงเพื่อนที่อยู่คนละซีกโลกดูก็ได้ เร็วดีออก แล้วทำไมจะทำความดีให้ยิ่งๆเราไม่นึกให้จิตทำภารกิจสำคัญเล่า
 
มีเคล็ดลับอีกอย่างสำหรับผู้ที่ใช้ใจสวดมนตร์นั้น ทำใจให้อยู่ใน Neutral Zone ไปด้วย โดยปรับจูน เลียนแบบภาวะของจิต ที่น้อมฝากเอาไว้ภายในพระบรมธาตุของสมเด็จพระพุทธกัสสปนั่นเอง ใจของท่านก็จะอยู่ในภาวะของ Neutral Zone ไม่เอียงไปทาง Electron หรือ Proton ซึ่งเป็นความสุดโต่งทั้งสองด้าน โดยตั้งใจสวดมนตร์เพียงอย่างเดียวไม่ต้องนึกอยากได้อะไรตอบแทน ได้ช่วยสงเคราะห์ดวงจิตมากมายทั่วอนันต์จักรวาลฝากไปกับแสงทิพย์ของ พระบรมธรรมบิดา
 
หรือผู้ที่ชอบใช้คาถา ลองใช้ โส-เส-สิ-สุ-มัง ของหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร ที่ฝากไว้กับคุณป้าสงกรานต์ ก็ได้ สำหรับช่วยปรับจูนให้ใจเป็นกลางๆ อยู่ในภาวะอุเบกขารมณ์
 
ท่านที่ได้ทดลองแยกจิตโดยทางลัดได้แล้ว ก็ให้คงสภาวะอย่างนั้นเอาไว้ตลอดเวลา ขอพรพระองค์ท่านช่วยด้วยก็ได้ ขอให้จิตของลูกเดินมรรค และแผ่เมตตาไปกับแสงทิพย์อยู่ภายในพระบรมธาตุของสมเด็จพ่อตลอดเวลา หรือเมื่อรู้วิธีสตาร์ทเครื่องยนตร์ติดแล้ว ไม่ดับเสีย ปล่อยให้จิตเดินมรรคต่อเนื่องในทุกๆอิริยาบท ไม่ยกเว้นแม้แต่กายนอนหลับพักผ่อนก็ตาม จิตยังคงทำภาระเดินมรรคอยู่ตลอดเวลา
 
ส่วนเมื่อตื่นขึ้นมาใจกับกายต้องทำหน้าที่ต่างๆก็ทำไปตามปกติ เพื่อให้ใจทำงานสอดคล้องกับภารจิตของจิต เราก็ปรับภาวะของใจให้อยู่ใน Neutral Zone ไปด้วยพร้อมกัน ไม่ต่างจากขับรถยนตร์อยู่บนไฮเวย์มุ่งสู่จุดหมายปลายทาง และเปิดเพลงฟังไปด้วยนั่นเอง
 
เมื่อนึกถึงหลวงปู่พล สนับสนุนการแผ่เมตตาแล้ว ก็เลยถือโอกาสนำตัวอย่างพิเศษมาเล่าให้ฟัง เกี่ยวกับการแผ่เมตตา เกิดพลังงานออกไปจากผู้ที่ทำนั้นเป็นอย่างไรเห็นได้เป็นรูปธรรม จากตากล้องที่โชคดีถ่ายรูปนี้ด้วยฟิมล์สีออกมา สมัยนั้นยังไม่ได้ใช้กล้องดิจิตอล หลวงปู่ยังเมตตาให้ถ่ายออกมาได้...สำหรับตอบปัญหาคาใจของหลายๆคน 
 
ด้วยความตั้งใจของจิตและใจของเราทุกๆคน ที่สามารถทำได้ เมื่อรู้วิธีแล้ว ไม่ยาก เห็นช่องแล้วให้ลองเข้าไปดูในโพรงได้เลย
 
หลายๆท่านที่เป็นนักค้นหาอาจค้นหา Neutral Zone จนเหนื่อยอ่อน เหนื่อยนักพักให้สบายก่อน แล้วค่อยแวะไปติดตามชมพิธีการไหว้ครู สมเด็จพระบรมธรรมบิดา ดูบ้างอาจจะได้พบ กับ Neutral Zone ในประเทศไทยบ้างก็ได้

เชิญทุกท่านร่วม.... ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆทุกเพศวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share