Severe Wobble

http://www.ainews1.com/article802.html

ปัจจุบันโลกกำลังประสบปัญหา Earth Wobble เป็นระยะๆ สนามแม่เหล็กของโลกถูกสนามแม่เหล็กของดาวหางที่เคลื่อนเข้าใกล้ ระนาบวงโคจรของสุริยจักรวาลมากยิ่งขึ้น โดยเข้ามาอยู่เหนือ Ecliptic ของโลก ใกล้ๆกับตำแหน่งของดาวศุกร์ ทางประเทศญี่ปุ่นมีเครื่องมือตรวจจับและวิเคราะห์อาการของความผิดปกติ ด้วยเครื่อง Magnetic Simulator และบางคราวจะเริ่มปรากฏรูปแบบของ Severe Wobble

At noon today, I checked my 2 compasses and saw that they had switched from holding at due North for many days to 60 degrees West of North. A huge swing! Then a couple hours later, the 8.3 quake hit Samoa. A big wobble must of occurred and the compasses reflected the change. Coincidence? [and from another] Checked the Magnetosphere Simulator sitehttp://www2.nict.go.jp/y/y223/simulation/realtime/index.html and the S Pole (red) seems to have disappeared! It was shrinking when the 8.3 hit in Samoa around 17:00 UTC on September 29, but 12 hours later was completely gone! This was not the case during times when the Earth's magnetosphere was blasted by the hose of particles from the N Pole of Planet X, such as the January 21, 2009 blast here on YouTube http://www.youtube.com/watch?v=93fNQV08gZU What is the relationship between this odd magnetic twist and the big quakes? [and from another] USGS upgraded the September 29 Samoa quake to 8.3, and at 10:16 on September 30 Sumatra had a 7.9. Two big ones in short order, and aftershocks galore. In less than a 24 hours period there were 24 quakes above 5 for the region between these two large quakes. 


Any plot of a magnetosphere will show output from the N Pole, regardless of what activity might be ongoing at the S Pole. magnetons flow out from the N Pole, circle round, and return at the S Pole. What would cause the Earth's magnetosphere to temporarily show only an outbound stream (blue lines), and this almost entirely turned quickly in space toward the direction of the Earth's magnetic S Pole rather than arching out into space before returning, but then bypassing the Earth's S Pole? It is as though the magnetons are diverted away from returning to the Earth's S Pole, and this is what is occurring. We have stated that the N Pole of Planet X is increasingly pointing toward Earth, forcing the magnetic N Pole of Earth to push away during the daily Earth wobble that results. If this flow of magnetons from Planet X is strong enough, the magnetons flowing out the Earth's N Pole cannot fight the push in order to return to the Earth's S Pole. In this case, they join the larger field temporarily formed by Planet X and the Earth, which are attempting to form an end-to-end magnet at this point, and return through the S Pole of Planet X! 

What relationship, if any, does this have to the strong series of quakes in Samoa? We have described this part of the globe, the Indo-Australian plate that is being pushed under the Himalayas, as the brake point, holding back larger plate adjustment worldwide. Thus, this is where global adjustments start. This plate moves, then other adjustment that were waiting to happen can proceed. The relationship between the  magnetic simulation charts showing the S Pole temporarily disappearing and the quakes is that a stronger and more violent wobble occurred when the N Pole of Planet X temporarily pointed its N Pole at Earth, forcing an end-to-end alignment of their magnetospheres. This is a preview of the severe wobble we have stated will precede the lean-to-the-left. This is the cause of the severe wobble we have predicted. More is to come!


อิทธิพลของสนามแม่เหล็กที่ถูกส่งมาจากขั้วเหนือของ Planet X ตรงมายังโลกบ่อยมากขึ้น ส่งผลให้แกนในแม่เหล็กโลก และแมกม่า เกิดความผิดปกติ เคลื่อนไหวมากขึ้น ส่งผลให้เปลือกโลกเคลื่อนที่และแมกม่าเปลี่ยนทางเดิน การวิเคราะห์อาการผิดปกติของสนามแม่เหล็กโลกเป็นครั้งคราวบ่อยขึ้นนั้น มีความเกี่ยวเนื่องกับการเกิดแผ่นดินไหว ในขั้น Severe Wobble คุณ Zeta กล่าวว่าโลกจะเข้าไปอยู่ในเขต 8/10 ซึ่งจะเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่องในระดับ 8-10 ริกเตอร์ แกนพลังงานโลกแกว่งในลักษณะเลข 8 วันละ 2 รอบ และการแกว่งของโลก น้ำทะเลไม่ได้ตามไปกับเปลือกโลกได้ทันที จะคลอนไปมา สร้างคลื่นสูงขนาด 200-300 ฟุตขึ้นมา ดังนั้นบริเวณชายฝั่งจะได้รับผลกระทบการกัดเซาะและน้ำเอ่อท่วมพื้นที่ชายฝั่งมากขึ้น และเอ่อท่วมเข้ามในพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่ง

ในโซนประเทศไทยทั้งประเทศเป็นเขต Stretching Zone แผ่นดินยืด และทรุดตัวพร้อมกับเอียงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยถูกแรงดันของแผ่น อินโด-ออสเตรเลียช่วยผลักดัน ประเทศอินโดนีเซียซึ่งตั้งอยู่บนปลายแผ่นยูเรเซี่ยน ติดกับด้านทิศตะวันออกของแผ่น อินโด-ออสเตรเลีย ที่โอบล้อมประเทศอินโดนีเซียอยู่ จะค่อยๆกดแผ่นอินโดนีเซียให้จมลงใต้คลื่น เริ่มเห็นชัดมาตั้งแต่ปลายปี 2010 และตลอดมาบริเวณขอบเปลือกโลกของแผ่นนี้จะเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่องในขนาด 5-6.5 ริกเตอร์ บ่งบอกอาการเคลื่อนไหว ของแผ่นเปลือกโลกนี้ ที่ยื่นเป็นลักษณะคล้ายลิ้นออกไปทางทิศใต้

บทบาทของแผ่นเปลือกโลก อินโด-ออสเตรเลีย ซึ่งมีขนาดใหญ่ กำลังส่งผลผลักดันให้พื้นที่ประเทศอินโดนีเซียทั้งประเทศ ทรุดตัวลง ส่วนหนึ่ง ของอัตราทรุดตัวเต็มที่ประมาณ 80 ฟุต มาเลย์เซียตามมาที่ 60 ฟุต ฟิลิบปินส์ ไทย ฮ่องกง เวียตนาม 40 ฟุต ประเทศจีนตอนใต้ตั้งแต่เมือง หังซู่ลงมา 20 ฟุต ในเขตการทรุดตัวนี้จะเกิดแผ่นดินยืด ดินถล่มแตกเป็นร่องขนาดต่างๆกัน และเกิดอาคารต่างๆ ถนน สะพานพัง โดยไม่เกิดแผ่นดินไหวมากนัก ซึ่งจะมีบ้างเป็นครั้งคราวที่ชั้นหินข้างล่างแตกหักไม่รุนแรง

ส่วนที่ประเทศอินโดนีเซีย จะมีชั้นแผ่นหินแตกเป็นประจำ แผ่นดินไหวที่ประเทศอินโดนีเซียที่อยู่ติดขอบริงออฟไฟร์จึงมีแผ่นดินไหวแทบทุกวัน และพื้นที่ส่วนนี้มีการทรุดตัวสูงสุด ในบริเวณนี้ ส่วนปลายแผ่นของอินโด-ออสเตรเลีย ลอยตัวขึ้น เมื่อต้นปี 2011 ก็เกิดน้ำท่วมในรัฐควีนแลนด์ ที่เมืองบิสเบนน์ของออสเตรเลีย ปัจจุบันท้องทะเลระหว่างออสเตรเลียกับประเทศนิวซีแลนด์ก็กำลังยกตัวสูงขึ้นเป็นลำดับกว่า 1,000 เมตรแล้ว ในระหว่างที่โลกกำลังย้ายขั้ว คุณ Zeta รายงานล่วงหน้าว่าบริเวณเกาะแทสมาเนียของออสเตรเลีย จะมีการยกตัวมากที่สุดถึง 1,000 ฟุตทีเดียว

ส่วนปลายแผ่นด้านทิศเหนือของแผ่น อินโด-ออสเตรเลีย ได้ผลักดันให้ประเทศอินเดีย สอดเข้าไปใต้แผ่นฮิมมาลาย่า เกิดแผ่นดินไหวที่สิกขิม เมื่อเดือน ตุลาคม 54 มีคนเสียชีวิตหลายคน และต่อไปแถบ เนปาล ภูฏาน บังคลาเทศ จะเกิดแนวภูเขาใหม่ๆผุดขึ้นมา และประเทศอินเดียทั้งประเทศจมลงใต้คลื่นในระยะเพียงชั่วพริบตา ในระหว่างที่โลกกำลังย้ายขั้ว

พื้นที่ประเทศอินเดียประมาณ 3.5 ล้านตารางกิโลเมตร และพื้นที่ปลายแผ่นอินโด-ออสเตรเลียอีกประมาณ 5 เท่ารวมเป็นพื้นที่ประมาณ 16 ตารางกิโลเมตรจะจมลงลึกประมาณ 500 ฟุต เกิดที่ว่างขนาดใหญ่ และลึกที่น้ำในมหาสมุทรอินเดีย ทะเลจีนใต้และน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิก จะพากันไหลมาแทนที่ว่างอย่างรวดเร็ว ด้วยคลื่นสูงประมาณ 600-700 ฟุต

พื้นที่แหลมอินโดจีน และประเทศอินโดนีเซียตลอดแนว ขวางทางคลื่นน้ำจากมหาสมุทรแปซิฟิก อาการ Tidal Bore ของกระแสคลื่นจากมหาสมุทรแปซิฟิก จะขับดันส่งพลังงานมาเติมให้น้ำส่วนหน้าอย่างตอเนื่อง ส่งให้ปริมาตรน้ำส่วนหน้าเดินทางผ่านเครื่องกีดขวางต่างๆ แม้ภูเขาสูงไปสู่จุดหมายปลายทาง ที่บริเวณประเทศอินเดียที่จมลงไป

ปรากฏการณ์นี้คุณ Zeta พยากรณ์ล่วงหน้าชะตากรรมของประเทศไทยเอาไว้สั้นๆว่า ประเทศไทยจมน้ำตาย ท่านที่สนใจรายละเอียดเบื้องต้น แวะศึกษาที่ลิงค์นี้ได้ โดยท่านเพียงรับทราบข่าวสารล่วงหน้าและยังไม่ต้องลงความเชื่อใดๆ ควรรีบหารายละเอียดต่างๆ กับไซท์ของ Zetatalk.com ให้ได้ความกระจ่างโดยด่วน เพื่อผลประโยชน์ในการรักษาชีวิตและทรัพย์สินของแต่ละคน

เชิญทุกท่าน ร่วมช่วยกัน ....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ ได้มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพของตนเอง ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนๆทุกเพศวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์ /article385.html     Bookmark and Share