หลังน้ำลดตอโผล่ระกะระกะ

http://www.ainews1.com/article814.html

ปริมาณน้ำหลากจากภาคเหนือต้องใช้เวลาเป็นเดือนๆ กว่าจะเดินทางมาถึงใจกลางของบางกอก หากผู้บริหารใส่ใจต่อความทุกข์เดือดร้อนของประชาชน จะไม่มัวเอ้อระเหยลอยชายอยู่ตั้งแต่ต้น ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน

จนต้องให้คณะผู้เชี่ยวชาญการป้องกันน้ำท่วมจากประเทศเนเทอร์แลนด์มาบอกว่า ที่ประเทศของเขาจะไม่นำประเด็นการเมืองมายุ่งเกี่ยวกับระบบการป้องกันน้ำท่วมของชาติเป็นอันขาด เรื่องนี้เป็นเรื่องผลประโยชน์ของคนทั้งประเทศต้องเป็นวาระแห่งชาติของทุกๆรัฐบาล ไม่ใช่เกมการเมืองที่ฝ่ายต่างๆจะนำมาใช้หาเสียง สร้างอิทธิพลให้แก่พรรคพวกของตน

Bangkok Goes Under

Bangkok is steadily going under, amid constant disinformation on the cause. The rainfall statistics do not support the degree of flooding. Per a report from a Thailand resident, on the ground, the amount of rainfall they have sustained does not historically support such flooding, and certainly does not support the largest flood in 50 years, as it has been termed. The daily reporting on the Pole Shift ning shows the steady influx, and tracks the lies and assurances given by the establishment and how rapidly the sinking in the region has overtaken this city of 12 million. As reported in Issue 265, last week, this is water which had been trapped in the highlands by an accordion fold, now released, combined with direct sinking in Bangkok.

Announcement on Flooding Situation in Bangkok 
October 30, 2011
http://www.bangkokgis.com/flood/index.php?option=com_content&view=frontpage&Itemid=1
Governor of Bangkok said that the Bangkok Metropolitan Administration has declared the areas of the Taling Chan District and the Lak Si District to be the areas requiring evacuation for the sake of safety of their lives and properties since the influx has inundated extensively the total area with an increasing trend of its scope.

ปริมาณน้ำฝนมากกว่าปีก่อนๆเพียง 20-25 % เท่านั้น หากทางภาครัฐฯที่เกี่ยวข้อง นับตั้งแต่หัวหน้าผู้บริหาร คณะรัฐบาล กระทรวงเกษตร และทาง กทม. จะตั้งใจทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างจริงจัง คันกั้นน้ำพระราชดำริ และระบบป้องกันที่ลงทุนมาก่อนปี 2538 เป็นแสนๆล้านบาท ก็จะสามารถใช้ป้องกันน้ำเหนือหลากลงมาท่วมพื้นที่ กทม.ได้

แต่ปรากฏว่าทางหน่วยราชการโดยเฉพาะทางกรมที่ดิน ได้นำที่ดินที่ล้นเกล้ารัชการที่ 5 ได้สงวนพื้นที่โดยรอบ กทม.เอาไว้เป็นที่พักน้ำหลากชั่วคราวพร้อมกับใช้เป็นพื้นที่ผันน้ำลงทะเลไปด้วย กว้าง 10 กิโลเมตร ทางฝั่งทิศตะวันออกและทางด้านเหนือของ พื้นที่ กทม. ได้ถูกนำไปออกโฉนด เปลี่ยนเป็นที่ดินสร้างโรงงานอุตสาหกรรม และโครงการบ้านจัดสรร และสนามบินนานาๆชาติแห่งใหม่เสียสิ้น ซึ่งสิ่งที่ทำมาต่อเนื่องผิดกฏหมายทั้งนั้น

แต่ไม่มีรัฐบาลไหนมารื้อฟื้นความถูกต้อง พากันทำผิดสะสม จนที่ดินที่ทรงให้สงวนเอาไว้เป็นทางระบายน้ำในหน้าน้ำหลากถูกบุกรุกจนหมดไป นำไปก่อสร้างโรงงานและที่อยู่อาศัยขึ้นมาขวางทางเดินของน้ำเสียหมดสิ้น แล้วเวลาน้ำหลากจะให้น้ำไหลไปทางไหน เมื่อน้ำถูกสิ่งกีดขวางก่อนจะไหลลงทะเล น้ำก็จำเป็นต้องรวมพลเพิ่มระดับให้สูงขึ้น ที่เรียกว่าน้ำเอ่อล้นมากขึ้นจนกระทั่งสามารถเดินทางลงทะเลหรือที่ต่ำกว่าต่อไปได้ บรรพบุรุษได้วางผังเมืองล่วงหน้าเอาไว้อย่างดี ก่อนจะสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ แต่บรรดาลูกหลานไทยมากไปด้วยความโลภอยู่เต็มแน่นในจิตในใจ ไม่มีที่ว่างสำหรับอยู่กับธรรมชาติอย่างผสมกลมกลืน จึงไม่รู้ว่าบรรพบุรุษได้สงวนที่ดินเหล่านั้นเอาไว้ให้น้ำหลากผ่านอยู่ทุกๆปี ใช้ประโยชน์ที่ดินเฉพาะในหน้าแล้งเท่านั้น

ทำไมความโลภจึงบังตาบังใจคนเหล่านี้เสียมืดบอด บอดทั้งตาและใจ น้ำหลากคราวนี้จึงมาสอนบทเรียน บทสุดท้ายรุนแรงและเนิ่นนานเป็นพิเศษ เตือนให้ผู้ที่ถูกน้ำท่วมคราวนี้ตระหนักว่า ตอไปจะเกิดภัยพิบัติร้ายแรงกว่าที่เคยเกิดขึ้น อย่างถาวร จนคนโบราณมีกลอนสอนใจคนรุ่นหลังเอาไว้ว่า 'น้ำจะท่วมฟ้าปลาจะกินดาว' คนรุ่นใหม่ก็งี่เง่าอีก ไม่รู้ความหมายที่แท้จริง ที่คนโบราณได้บอกเอาไว้โต้งๆ ตรงๆ ในเมื่อน้ำท่วมถาวร คนลงไปอยู่ใต้ทะเล ภายในชั่วโมงเดียว มองเห็นปลาว่ายอยู่เหนือหัวในยามดาวเดือนส่องสว่าง พากันเข้าใจว่า ปลามันกำลังจะว่ายไปกินดาว โดยขณะนั้นตนเองยังไม่รู้ว่าตัวได้ตายไปแล้ว เหลืออยู่แต่จิตวิญญานใต้น้ำ โดยที่แผ่นดินหักยุบเงียบๆเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน ไม่เหมือนน้ำหลากค่อยๆเอ่อท่วมพื้นที่กว้างใหญ่ทีละน้อย

ตรงกันข้ามเมื่อพื้นแผ่นดินที่ราบลุ่มเจ้าพระยา อันเป็นที่ราบลุ่มแคบๆอยู่ระหว่างเขาทั้งด้านทิศตะวันตก และตะวันออก ถูกบีบอัดรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกที เมื่อปลายแผ่น Sunda Plate ได้หักจมลงเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 9 ล้านตารางกิโลเมตร จึงทำให้พื้นที่ประเทศไทยทั้งจมลงพร้อมๆกับบิดเอียงตัว แนวเขาที่แข็งแรงจึงบีบอัด จนที่ราบลุ่มเจ้าพระยาที่โย้เย้เสมือนบ้านใกล้จะพังอยู่แล้ว ต้องแตกหักจมลงเงียบๆทันที พื้นที่ประเทศไทยทั้งประเทศอยู่ใน Stretch Zone ซึ่งน่าจะเกิดคลื่นเสียงดนตรีปรากฏเช่นในต่างประเทศที่มีการบันทึกเสียงเอาไว้ใน คลิปที่แนบมา

หลังจากประเทศอินโดนีเซียได้จมลงไปถึงเกณฑ์ 80 ฟุต ใต้แผ่น อินโด-ออสเตรเลีย ที่กว้างใหญ่มหึมาทางฝั่งตะวันตก ที่บีบกดแผ่นดินของปลายแหลมยูเรเซี่ยน หรือ Sunda Plate ต้องหักแยกตัวออกไปจากแผ่นยูเรเซี่ยนในที่สุด ระหว่างที่โลกกำลังย้ายขั้ว ในปี 2555

ไม่ว่าภาครัฐฯหรือหน่วยงานใดๆ จะเข้ามาแก้ไขหลังน้ำท่วมอย่างไร การทรุดตัว เอียงจมลงของพื้นที่ราบลุ่มเจ้าพระยา ก็หมดโอกาสแก้ไขเยียวยาอย่างถาวร และจะย้อนกลับไปเป็นท้องทะเลเช่นในอดีตมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล อีกวาระหนึ่ง... ซาโยนาระๆๆ  ทันทีหลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงขึ้นที่เกาะใต้ของญี่ปุ่น และไล่เป็นลูกระนาดขึ้นไปทางเกาะเหนือ พร้อมๆกับส่งคลื่นสึนามิติดตามมา และแรงสั่นสะเทือนมากับแผ่นแปซิฟิกอันกว้างใหญ่ ตรงมาที่อินโดนีเซียก่อน แล้วจึงชิ่งต่อมายังราบลุ่มเจ้าพระยา เงียบๆยังกับขอมดำดิน

 

แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว 9-10 ริกเตอร์ที่เกาะญี่ปุ่น กับแผ่นแปซิฟิก ตรงมายัง Sunda Plate กดดันให้พื้นที่ประเทศอินโดนีเซีย จมลงทันทีอย่างเงียบๆที่ได้เตรียมตัวจมมาแล้ว 50% ทรุดตัวลงถึงเกณฑ์ 80 ฟุต พร้อมๆกับส่วนปลายแผ่น Sunda Plate รวมพื้นที่ประมาณ 9 ล้านตารางกิโลเมตร ส่งแรงบิดและกดให้พื้นที่ประเทศไทยทรุดตัว เพิ่มขึ้นจากเดิม ที่ทรุดตัวอยู่ก่อน 40 % ขับดันให้แนวสันเขาบีบกดและยกพื้นที่ราบลุ่มเจ้าพระยาแคบๆ หักทรุดตัวลงอย่างเงียบๆ ภายในระยะเวลาเพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้น โดยไม่ปรากฏสัญญานบอกล่วงหน้าแต่อย่างใด แต่ด้วยแรงโดมิโน มาจากแผ่นดินไหวเป็นระลอกในประเทศญี่ปุ่น ชิ่งมาถึงพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทยที่เป็นพื้นที่เสี่ยงอยู่ก่อนหน้าโดยทันที

เชิญทุกท่านร่วมช่วยกัน....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี ที่ลิงค์ /article385.html   Bookmark and Share