เช้าตรู่ ที่ทุ่งหัวช้าง 7 ธ.ค2555

http;//www.ainews1.com/article909.html  

จากการติดตามความคืบหน้าของกลุ่มดาวหาง Planet X ของนักดูดาวและถ่ายภาพทั่วโลก โดยเฉพาะกับ อัลเบิร์ตโต้ ชาวอิตาลี่ นั้น ได้พบภาพปรากฏการณ์ต่างๆของกลุ่มดาวหางขนาดใหญ่กว่าโลก ประมาณ 4 เท่าตัว และมีมวลมากกว่าโลกประมาณ 23 เท่า คืบหน้าเข้ามาใกล้โลกมากขึ้นตามลำดับ พร้อมๆกับเกิดภัยภิบัติต่างๆก็ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั่วโลก ในช่วง7/10 scenarios ไปพร้อมๆกันด้วย ซึ่งข่าวความผิดปกติของธรรมชาติทั่วโลก จะไม่ค่อยเป็นข่าวในภาคสื่อสาธารณะทางหนังสือพิมพ์และทีฟรีทีวีทั่วไปนัก ทั้งๆที่ความผิดปกติของภัยภิบัติทางธรรมชาติในรูปแบบต่างๆเกิดขึ้นอย่างผิดปกติ และไม่ปรากฏในระบบของนักธรณีวิทยา หรือนักวิทยาศาสตร์ทั่วไป ทฤษฎีโลกร้อนไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมน้ำในแม่น้ำใหญ่ๆ หรือในทะเลกลายเป็นสีแดงอมสนิมเกิดขึ้นเป็นระยะๆ อย่างที่นักวิทยาศาสตร์หาสาเหตุที่มาของสีแดงไม่พบ หรือดวงดาวหรือพระจันทร์จะมีสีแดงหรือกลุ่มเมฆสีแดงเคลื่อนมาบดบังก็ตาม ต่างก็นิ่งเฉยปล่อยให้เหตุการณ์ที่อาจไม่มีผู้คนมากนักมาเอาใจใส่ต่อสิ่งผิดปกติธรรมชาติเหล่านี้

โลกเป็นสมาชิกดวงหนึ่งในระบบสุริยจักรวาล ที่มีดวงอาทิตย์เป็นแกนกลาง ควบคุมสภาวะต่างๆและแรงโน้มถ่วงของดาวบริวารทุกดวง ทำให้วัตถุสิ่งของและชาวโลกมีน้ำหนักตัว และหากมนุษย์ขึ้นไปในอวกาศที่พ้นแรงดึงดูดของโลกก็จะพบกับภาวะไร้น้ำหนักนั่นเอง ในทางตรงกันข้าม เมื่อโลกมีกลุ่มดาวเคราะห์เดินทางเข้ามาใกล้โลกมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีระยะใกล้โลกเพียง 30 ล้านไมล์ และดึงโลกเข้าไปใกล้เหลือระยะประชิดเพียง 14 ล้านไมล์นั้น ซึ่งจะกินระยะเวลาประมาณ 45 วัน

ตามหลักการที่มนุษย์ได้ทราบกันมา การเปลี่ยนแปลงของระยะทางของวัตถุขนาดใหญ่ที่เข้ามาใกล้กันมีทั้งแรงโน้มถ่วงจะเพิ่มมากขึ้น และแรงผลักกัน เพื่อรักษาระยะห่างต่อกันไปด้วยพร้อมๆกัน

เมื่อพอทราบหลักการของวัตถุในระบบของจักรวาลมีต่อกันแล้ว ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ท่านผู้รู้ที่เหนือไปกว่าระบบของจักรวาล ไปถึงความสัมพันธ์กันของดวงดาว ก็คือกาแลกซี่ต่างๆที่มีความเกี่ยวข้องกับโลกมนุษย์ใบนี้ ที่ดวงอาทิตย์พากลุ่มดาวบริวารและโลกโคจรอยู่รอบๆดาวหลุมดำ ซึ่งเป็นแกนกลางของ Milky way หรือกาแลกซี่ทางช้างเผือก และข้างกาแลกซี่นี้ทางด้านทิศตะวันออกยังมีกาแลกซี่ขนาดย่อมกว่าทางช้างเผือกอยู่ด้วย คือกาแลกซี่ Triangulum พลังงานที่กาแลกซี่นี้ส่งออกมา อยู่ในแถบคลื่นสีเหลืองที่เบา เย็นสบาย แตกต่างจากพลังงานของทางช้างเผือกที่หนักและร้อน ที่ระบบสุริยจักวาลวนรอบกาแลกซี่ทางช้างเผือกตลอดมาจะครบ 12,000 ปีในอีกไม่นานนี้

ในช่วงเวลานี้ โลกและสุริยจักรวาลกำลังจะเข้าไปอยู่ใต้อิทธิพลของกาแลกซี่ไตรแองกุลัม และท่านผู้รู้ทางจิตศาสตร์ยังพบมาก่อนอีกว่า กาแลกซี่ที่ใหญ่กว่าทั้งสองกาแลกซี่ที่กล่าวถึงแล้ว ยังมีกาแลกซี่ที่ใหญ่กว่า ครอบคลุมกาแลกซี่ทั้งสองที่กล่าวมาข้างต้นอีกด้วย และกำลังมีการเปลี่ยนแปลงพลังงาน ที่จะส่งผลต่อโลกมนุษย์ในช่วงระยะการปรับเปลี่ยนตำแหน่งการโคจรของโลกและสุริยจักรวาลด้วยเช่นกัน

ที่นำกล่าวข้างต้น เป็นหลักการคร่าวๆที่เกี่ยวเนื่องกับสภาวะของโลกในด้านแรงโน้มถ่วง ที่โลกจะได้รับมากขึ้นนอกจากอิทธิพลจากดวงอาทิตย์ที่มนุษย์ทราบๆกันมา ส่วนจะเพิ่มขึ้นเท่าไร ในเรื่องนี้ก็มีพระพุทธทำนาย ที่พบในศิลาจารึก พยากรณ์เอาไว้ว่า หลังพุทธกาลในราวปี พ.ศ. 2555 มนุษย์จะเปลี่ยนจากเดินเป็นคลาน ในหลัการทางวิทยาศาสตร์นุษย์จะต้องเปลี่ยนเป็นคลานนั้น น่าจะเนื่องมาจากน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ ซึ่งทางชาว Zetas ก็ได้กล่าวถึงเรื่องเหล่านี้เอาไว้ในหลายๆตอนทีเดียวมานานแล้ว

เมื่อคืนวันที่ 4 ธ.ค 2555 ที่ผ่านมาพระอาจารย์ท่านพากลุ่มลูกศิษย์ประมาณ 20 ท่าน ร่วมกันสวดมนตร์เย็นและทำกรรมฐาน แต่คราวนี้ท่านมาแปลกกว่าทุกคราว ให้ทุกคนนอนหงายทำกรรมฐาน เพื่อทดลองรับสัมผัสสภาพแรงโน้มถ่วงบนโลกในเวลาอนาคตที่ใกล้จะมาถึง

ในการฝึกกรรมฐานคราวนี้พบว่า การพลิกตัวก็ทำได้ยากลำบากอย่าว่าแต่ลุกขึ้นนั่งเลย น้ำหนักตัวของผู้ที่สัมผัสพลังแรงโน้มถ่วงของโลกในอนาคตได้จะเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่าตัว ซึ่งพระอาจารย์ค้นหาเหตุและผลต่อไปพบว่า สภาพการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นกับชาวโลก เริ่มตั้งแต่ 3 มกราคม 2556 เป็นต้นไปจนครบ 45 วันที่ยากลำบากต่อการดำรงค์ชีวิตประจำวันของมนุษย์โลก การดื่มกินต้องนอนตะแคง การเคลื่อนไหวสิ่งของแสนยากลำบาก เมื่อสิ่งแวดล้อมเฉพาะและคนเปลี่ยนไปในรูปการณ์ดังกล่าวแล้ว ในเรื่องอื่นๆในชีวิตประจำวันของแต่ละคน ก็ลองพิจารณากันเอาเองก็พอจะทราบได้เป็นเรื่องๆไป

สำหรับกลุ่มผู้ที่ไม่ประมาทที่ทราบเรื่องเหล่านี้แล้ว ก็คงจะมีภารกิจเร่งด่วนเพิ่มเข้ามาอีกไม่น้อยทีเดียว แต่ให้ตั้งสติทำใจให้สบายไม่ต้องเครียดกับการแก้ไขปัญหา ที่ทุกคนไม่เคยพานพบมาก่อนก็ตาม ทุกปัญหามีทางแก้ แม้การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติของโลกในรอบนี้ จะหนักหนาเอาการก็ตามก็ยังจะมีมนุษย์รอดชีวิตอยู่ 10 เปอร์เซ็น ส่วนกลุ่มคนไทยคาดว่าจะมีชีวิตรอดถึง 25 % ตามความเห็นของครูบาอาจารย์หลายๆท่าน โลกจะคัดแยกกลุ่มคนทั้งสองกลุ่มออกจากกัน โดยบางท่านกล่าวว่าผู้ที่มีเซลล์ดำ หรือภูมิต้านทานน้อยจะไม่สามารถผ่านวิกฤติในรอบนี้ไปสู่โลกยุคใหม่ได้ เม็ดเลือดแดงอาจแตกเสียก่อน และยิ่งกว่านั้นชาว Zetas ยังกล่าวไว้ว่า หลายๆคนเปลี่ยนที่อยู่ไปจากโลกนี้ในขณะที่ยังมีชีวิตเลยทีเดียว ส่วนอีกเป็นจำนวนมากเปลี่ยนมิติหลังสิ้นชีวิตแล้วไปเป็นลูกปลาหมึกที่ใต้ทะเลลึกในสถานที่กักกัน เพื่อบำเพ็ญบารมีให้แก่กล้าเพิ่มขึ้นในชาติต่อๆไป

ท่านผู้ใดต้องการทราบวงจรที่ครบรอบในแต่ละเรื่อง ก็ต้องหาทางปฏิบัติด้วยตนเอง จะเชื่อตามที่มีผู้นำมาเล่าให้ฟังไปเสียทุกเรื่องก็คงไม่กระจ่างชัด เรื่องพลังงานที่จะมากระทบชีวิตผู้คนนั้นค่อนข้างละเอียดละออ ก็ยังไม่ทราบว่าจะเกิดผลแก่สาธารณะชนทั่วโลกสักเพียงใด 

ปัจจุบัน วันที่ 19 ธ.ค. 2556 การทรุดตัวของเปลือกโลก ที่ Sunda Plate หรือพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีฟิลิบปินส์ อินโดนีเซีย มาเลย์ สิงค์โปร์ ไทย พม่าตอนใต้ ฮ่องกง จีนตอนใต้หลายมณฑล กำลังแสดงการทรุดตัวของแผ่นดินต่อเนื่อง โดยเริ่มจากปลายแหลมที่อินโดฯ ได้เริ่มทรุดตัวเมื่อ เดือน ธันวาคม 2010 เป็นต้นมา และมีข่าวล่าที่ชะวา มาให้ท่านที่สนใจแวะศึกษา ที่ลิงค์นี้

เชิญทุกท่านร่วมด้วยช่วย....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ มีโอกาสชมจิ๊กซอร์ต่างๆ สำหรับนักค้นหาสาระชีวิตต่อภาพส่วนตัว ทั้ง ด้านโลกียะและโลกุตระ ที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้แก่เพื่อนทุกเพศวัยทุกคน ฟรี  ที่ลิงค์/article385.html   Bookmark and Share