ตัวช่วยสร้างสุขภาพในมิติใหม่หนึ่งเดียวของโลก
http://www.ainews1.com/article963.html

การที่มีโอกาสได้เกิดมาเป็นมนุษย์มีอาการครบ 32 นั้น เกิดได้ยาก หลังจากเกิดมาแล้วยังต้องการผู้ให้การอุปถัมป์ค้ำชูอีกมากทีเดียว ตราบใดที่คนเรายังมีสุขภาพดีอยู่สามารถช่วยตนเองได้ทุกๆเรื่อง และเคยชินกับมัน อาจจะยังมองไม่เห็นคุณค่าที่ตนเองมีอยู่มากนัก แต่เมื่อวันใดที่เกิดความผิดปกติต่างๆขึ้นแก่ตนเอง หรือเป็นคนช่างสังเกตุผู้อื่นที่กำลังได้รับความทุกข์ต่างๆ และน้อมเข้ามาที่ตัวเรา ก็จะตระหนักว่า การที่เรามีสุขภาพแข็งแรงเป็นปกติอยู่ตลอดเวลานั้น เป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่งต่อการใช้สังขารร่างกายที่มีอยู่ทำประโยชน์ตนและประโยชน์โลกได้มากทีเดียว แม้แต่การปฏิบัติธรรมไปสู่เป้าหมายที่ตนเองต้องการก็ตาม ก็จะได้รับความสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล

ทุกระบบในร่างกายคนเราจะประกอบไปด้วยเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆมากมายนับไม่ถ้วน เซลล์ทั้งหลายเหล่านี้จะมีชีวิตที่แข็งแรงมีประสิทธิภาพสูงอยู่ได้ ด้วยธาตุอาหารต่างๆที่เหมาะสมต่อทุกๆเซลล์


ปัจจุบันโลกกำลังประสบปัญหาจากภายนอก

โลก เกิดความไม่สมดุลขึ้นหลายประการต่อทุกๆชีวิตบนโลก เริ่มตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 เรื่อยมา และทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ เช่นชั้นบรรยากาศโดยรอบโลกเกิดช่องโหว่ของสนามแม่เหล็ก กว้างใหญ่กว่าขนาดของโลกถึง 4 เท่าตัว เปิดโอกาสให้รังสีอันตรายต่างๆ เช่นรังสีแกมม่าและคอสมิคลงมาถึงผิวโลก ที่ทางพระพุทธทำนายท่านกล่าวว่าถึงเวลาที่ยักษ์ที่หลับไหลอยู่ จะพลิกฟื้นตื่นขึ้นมาอาละวาด ทำให้ผู้คนต้องล้มตายกันเป็นเบือ หรืออีกนัยหนึ่งเชื้อโรคต่างๆที่สลบอยู่จะกลับฟื้นตัวขึ้นมาใหม่ โดยที่มนุษย์ไม่มียารักษาโรคเหล่านั้น เมื่อ 10 ปีก่อนสถิติคนป่วยตายด้วยโรคมะเร็งในสหรัฐฯปีละ หนึ่งแสน กลับเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งล้านอีก 10 ปีให้หลังเป็นต้น โดยที่วิธีการรักษาก็ยังเดิมๆอยู่ 

จนมาถึงข้อสรุปว่า วิธีการรักษาทางแพทย์สมัยใหม่มาถึงทางตันแล้ว ทำให้แพทย์ในสหรัฐฯจำนวนมากกว่า 60 % เปลี่ยนไปใช้วิธีการแพทย์ทางเลือก ทางอาหารและสมุนไพรแทนมากขึ้นโดยลำดับ และอาหารและสมุนไพรทางเอเชียกำลังถูกติดตามค้นหาวิจัย นำไปใช้ทดแทนมากขึ้นโดยลำดับ

สำหรับผู้ที่ไม่ได้ศึกษาด้านชีวะวิทยามาก่อน ก็ลองมาแวะดูหน้าตาของเซลล์ในร่างกายของเรา ว่ารูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร และมีหน้าที่ในร่างกายอย่างไร ในภาพของเซลล์ข้างต้น

เมื่อได้รู้แล้วว่าเซลล์ต่างๆในร่างกายต่างก็มีหน้าที่เฉพาะเรื่องของแต่ละอวัยวะต่างๆกันออกไป สิ่งมีชีวิตน้อยๆในร่างกายของมุษย์และสัตว์ต่างก็ต้องการ การดูแลให้ได้รับอาหาร อากาศและน้ำที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ ดีเอ็นเอ ในเซลล์มีหางไม่สั้นลงเร็วนัก อายุขัยของคนเราก็จะยืนยาวและแข็งแรงได้มากขึ้น เช่น ดร.พงษ์ศักดิ์ ละไมพิศ ได้มีเป้าหมายให้คนเราอยู่ได้ถึง 150 ปีเป็นต้น เมื่อเรามีเป้าหมายแล้ว ดร.พงษ์ศักดิ์ ก็ค้นหาตัวช่วยทางธรรมชาติ นำมาประกอบเป็นอาหารเสริมสูตรพิเศษในมิติใหม่ เพียงหนึ่งเดียวของโลกใบนี้ สำหรับใช้แก้ปัญหาด้านสุขภาพให้แข็งแรงมีประสิทธิภาพ มีชีวิตอยู่ได้จนครบ 150 ปี แม้จะยังไม่มีหลักฐานบุคคลว่าอาหารเสริมสูตรพิเศษนี้ จะทำให้ผู้บริโภคมีอายุขัยอยู่ได้ครบ 150 ปีหรือไม่ในปัจจุบันก็ตาม แต่อาการป่วยต่างๆดีขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายๆโรคของผู้ที่กำลังวิกฤติใกล้ชิดกับความตาย ชีวิตได้พลิกฟื้นคืนกลับมามีสุขภาพที่ดีอย่างรวดเร็ว ก็พอจะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า การแก้ปัญหาสำคัญให้แก่เซลล์ในร่างกายของคนเรา ที่ ดร.พงษ์ศักดิ์ ได้คิดค้นขึ้นมาเป็นผลสำเร็จนี้ ให้ผลดีจริงอย่างน่ามหัศจรรย์

บางตัวอย่างของผู้ป่วยที่มีอาการป่วยขั้นวิกฤติ ได้ใช้ตัวช่วยของนวัตกรรมในมิติใหม่ชื่อว่า คอนโทรล ของ ดร.พงษ์ศักดิ์ แล้วได้กลับมามีสุขภาพดี

  • อาหารเสริมต้านมะเร็ง เบาหวาน ริดสีดวงทวาร ลดคลอเลสเตอรอลด้วย คอนโทรล ดี (Kontrol D) และ คอนโทรล ซี ( Kontrol C) นวัตกรรมอาหารเสริมมิติใหม่เพียงหนึ่งเดียวของโลกรายล่าสุด อาหารธรรมชาติที่ได้คัดสรรอย่างพิถีพิถันใช้เวลา 10 ปีกว่า เพื่อให้เข้าถึงไมโตคอนเดรียได้โดยตรง นอกจากนี้ยังช่วยให้อาการโรคภูมิแพ้ เก๊าท์ รูมาตอย โรคตับ โรคไต ไขมันส่วนเกิน สะเก็ดเงิน พาร์กินสัน ไวรัสตับอักเสบบี อัมพฤกษ์ อัมพาต จอตาเสื่อม หูหนวก หายเป็นปกติ
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ส่วนโรคอื่นๆอีกหลายโรคที่ไม่ได้นำมากล่าวไว้ ผู้ป่วยสามารถขอรับความเห็นได้จาก ดร.พงษ์ศักดิ์ โทร 084 163 1672  ถึงแม้ว่า ดร.พงษ์ศักดิ์ มีเป้าหมายการค้นคิดนวัตกรรมชนิดใหม่ของโลก เพื่อเป็นตัวช่วยให้ผู้คนมีชีวิตยืนยาวถึง 150 ปีก็ตาม แต่ผลจากการใช้ผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ชนิด กลับตอบสนองช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการพลิกฟื้นกลับมาใหม่ ด้วยอาการของโรคต่างๆ ที่ไม่มีทางรักษาให้หายได้ด้วยการแพทย์สมัยใหม่ แต่เมื่อไมโตคอนเดรียได้รับสารอาหารที่เหมาะสมเพียงพอ กลับช่วยฟื้นฟูเซลล์ในร่างกายของผู้ป่วยได้รวดเร็วทีเดียว...ส่วนอาการของแต่ละโรคหายได้รวดเร็วอย่างไร ก็ขอให้ลองใช้เวลาติดตามศึกษารายละเอียดต่างๆด้วยตัวของท่านเองด้วยใจเป็นกลาง ยังไม่ต้องเชื่อ แต่หากพบว่าเราได้ตรวจสุขภาพประจำปีมาแล้ว ในรายงานมีผลผิดปกติบางประการ เช่น ค่า psa ของต่อมลูกหมากเกินจากปกติมาพอสมควร เราอาจพิจารณาหาซื้อ kontrol C มาทดลองใช้แล้วไปตรวจค่า psa ใหม่ เราก็จะได้ทราบผลด้วยตัวของเราเอง โดยเราวางวิธีการรักษาด้วยยาเคมีเอาไว้ชั่วคราว
ทีนี้เราลองแวะมาศึกษารายละเอียดของตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ อันเป็นนวัตกรรมด้านสุขภาพหนึ่งเดียวของโลกในปัจจุบันนี้ นักวิทยาศาสตร์และนักชีวะวิทยาได้ทราบรายละเอียดของความเสื่อมของร่างกายมนุษย์มาช้านาน แต่อะไรเล่าที่จะนำมาช่วยให้อาการเสื่อมของร่างกายชลอช้าลง  หรืออีกนัยหนึ่ง เราจะทำอย่างไรให้หางของ ดีเอ็นเอ ไม่สั้นลงเร็วนัก หรือทำให้ดีเอ็นเอ มีประสิทธิภาพดีกว่าเก่า และมีการแบ่งเซลล์ใหม่อย่างรวดเร็ว เซลล์ใหม่ๆของร่างกายก็จะยังคงมีประสิทธิภาพดีอยู่ต่อไปนั่นเอง บัดนี้ท่านที่มีโอกาสได้เข้าถึงเว็บเพจนี้ ท่านก็จะได้พบแนวทางและตัวช่วย ที่จะช่วยแก้ปั้ญหาของเซลล์เสื่อมที่ได้กล่าวแ้ล้วข้างต้น และหากพบว่านวัตกรรมสมัยใหม่นี้ช่วยฟื้นสุขภาพตัวเราได้ เราก็จะบอกต่อให้แก่ญาติมิตรเพื่อนพ้องของเรา ที่กำลังประสบปัญหาได้พิจารณาต่อไป ไม่ต้องไปใช้งบประมาณมากๆและเสี่ยงต่อการรักษาอีกต่อไป

  • คอนโทรลซี ปราศจากวัสดุกันเสีย แป้ง แวกซ์ สีปรุงแต่ง กลิ่นและน้ำตาล รับรองมาตรฐานการผลิตโดย HACCP  ISO 9000-9001 GMP ค้นคว้าและวิจัยโดย ดร.พงษ์ศักดิ์ ละไมพิศ คอนโทรลผลิตด้วยวิธีทางชีวนาโน ทำให้โมเลกุลของอาหารในผลิตภัณฑ์มีขนาดเล็กมากๆ จึงสามารถเข้าสู่ไมโตคอนเดรียได้ง่ายและรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดการผลิตพลังงาน พร้อมขบวนการซ่อมแซมเซลล์ส่วนที่สึกหรอ และสร้างเซลล์ใหม่อย่างรวดเร็ว ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ดีนั้น จะต้องสามารถดูแลสุขภาพเซลล์ได้ทั่วร่างกาย ไม่ใช่ดูแลเฉพาะจุด เพราะเซลล์ทุกเซลล์นั้นมีรหัสพันธุกรรมเหมือนกันทั่วร่างกาย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คอนโทรลนี้ได้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติที่สำคัญแล้วจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย (วว.) ซึ่งเป็นสถาบันที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล การตรวจสอบคุณสมบัติทางเภสัชวิทยา และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์์จะช่วยให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจ ก่อนตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คอนโทรล เพื่อการดูแลสุขภาพ (โครงการวิจัยที่ ภ.46-06/ย2.2553)ได้ผลงานวิจัยออกมาเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง คือ 
  1. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอนโทรลนั้น ไม่พบการปนเปื้อนของสาร สเตียรอยต์
  2. มีความปลอดภัยต่อการบริโภคด้วยค่า LD 50 ที่มากกว่า 15,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัวของหนูขาว
  3. มีผลยับยั้งการอักเสบของอุ้งเท้าหนูได้สูงสุดร้อยละ 47.5 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.01) ที่ชั่วโมงที่สอง (แสดงถึงประสิทธิภาพการซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ)
  4. มีผลต่อการเพิ่มอัตราการแบ่งเซลล์ของภูมิต้านทานชนิด NK-Cell อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.01) NK Cell เป็นเซลล์ต้านทานชนิดหนึ่งที่ร่างกายของคนเราสร้างขึ้น มีหน้าที่เพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง (บ่งชี้ถึงการสร้างเซลล์ใหม่)
  5. มีผลต่อการเผาผลาญคลอเลสเตอรอลในหนูขาวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)  (แสดงถึงการเผาผลาญให้ได้พลังงานอย่างรวดเร็ว)
ดังนั้นการใช้ผลิตภัณฑ์ คอนโทรล จึงเป็นคำตอบสำหรับช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารให้แก่ไมโตคอนเดรีย ที่นักวิจัยนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายามติดตามค้นหามาหลายทศวรรษ นำมาช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในร่างกายที่ดีขึ้น ภายในระยะเวลาอันสั้น (3-7 วัน) การรับประทาน คอนโทรล อย่างสม่ำเสมอ จึงส่งผลให้ร่างกายของเราสร้างเซลล์ใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง เทียบได้กับการทำเสต็มเซลล์ให้แก่อวัยวะต่างๆทั่วร่างกายตลอดเวลา  ....หลายๆท่านอาจเริ่มมองเห็นโอกาสที่ร่างกายของเราจะสามารถมีชีวิตอยู่ใช้งานไปได้ถึง 150 ปี

ความสำคัญของไมโตคอนเดรีย


1. ทำหน้าที่เสมือนโรงงานแปรรูปอาหาร หรือเรียกว่ากระบวนการเผาผลาญอาหารภายในเซลล์ เพื่อให้ได้รหัสพันธุกรรม (DNA) ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ และสร้างเซลล์ใหม่แทนเซลล์ที่ตายไป.....จึงส่งผลให้ผู้มีอาการจของโรคหัวใจและโรคทางสมองฟื้นตัวกลับมาได้อีกวาระหนึ่ง เช่นโรคอัลไซเมอร์ซึ่งต้องให้เวลา 1 สัปดาห์ขึ้นไป...ซึ่งกำลังบอกให้เราทราบว่า สมมุติฐานทางการแพทย์อาจไม่เข้าถึงความจริงของธรรมชาติที่กล่าวไว้ว่า เซลล์ของอวัยวะทั้งสองส่วนนั้นเมื่อหมดอายุตายแล้วจะไม่เกิดขึ้นใหม่....โดยเพื่อนชาวต่างดาวให้ความเห็นในเรื่องความรู้ของมวลหมู่มนุษย์บนโลกนี้รู้เรื่องของธรรมชาติเพียง 1 % เท่านั้น

2.  เป็นแหล่งกำเหนิดพลังงาน ATP ทำให้คนเราสามารถทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันได้ 

3.  เป็นแหล่งผลิตเอนไซม์นับพันๆชนิด เพื่อใช้ในขบวนการเผาผลาญสารอาหารของเซลล์ ทุกๆเซลล์ทั่วร่างกาย ในเซลลล์สมองจะมีจำนวนไมโตคอนดรีย 2,500-3,000 ตัว สมองมนุษย์ใช้เลือดนำพาสารอาหารไปหล่อเลี้ยงประมาณ 1 ใน 4 ของปริมาณเลือดทั้งหมดในร่างกาย....เซลล์สมองจึงใช้ปริมาณสารอาหารสำหรับไมโตคอนเดรียมากหน่อย...อดคิดต่อยอดไปถึงเด็กๆไม่ได้ละนะ

เสต็มเซลล์ (Stem Cells) สร้างได้ด้วย คอนโทรล ดี และ คอนโทรล ซี


สเต็มเซลล์หรือเซลล์ต้นกำเนิด คือเซลล์อ่อนที่ไม่มีหน้าที่ของเซลล์ที่เฉพาะเจาะจง สามารถแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ได้ และพร้อมจะเจริญเติบโต เปลี่ยนแปลงเพื่อจะไปทำหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่งภายในร่างกาย หรือกลายเป็นเซลล์ในเนื้อเยื่อต่างๆในร่างกายได้ 

เสต็มเซลล์หรือเซลล์ต้นกำเนิด พบได้จากตัวอ่อนระยะ blastocyst และในเนื้อเยื่อที่โตเต็มวัย เช่น เลือด ฟันน้ำนม ผิวหนัง สายสะดือ ไขกระดูก โดยเสต็มเซลล์หรือเซลล์ต้นกำเนิด จากไขกระดูกในผู้ใหญ่นั้น มีหน้าที่สร้างเม็ดเลือดชนิดต่างๆ ในระบบเลือด รวมถึงเซลล์ที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายอีกด้วย ดังนั้น ในกระดูกจึงมีความสำคัญมากในทางการแพทย์ 
โดยปกติเซลล์แต่ละเซลล์ในร่างกายของมนุษย์ จะทำหน้าที่จำเพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง จะไม่ย้อนกลับมาเป็นเสต็มเซลล์อีก ตัวอย่างของเซลล์ที่พัฒนาไปจนสุดทางเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง เช่นเซลล์สมอง เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ เซลล์เหล่านี้เมื่อตายไปแล้ว จะไม่มีเซลล์ใหม่มาทดแทนได้อีก .....เป็นสมมุติฐานทางการแพทย์เดิมๆ

เสต็มเซลล์จัดตามแหล่งที่ได้เป็น 2 ชนิดคือ
  • เสต็มเซลล์จากตัวอ่อนมนุษย์ (Embryonic stem cells) คือเสต็มเซลล์ที่เก็บส่วนของ inner cell mass จากตัวอ่อนมนุษย์หรือสัตว์ ที่ยังอยู่ในครรภ์ในระยะ blastocyst เสต็มเซลล์ในระยะนี้จะมีอายุเพียง 3-5 วัน หลังการปฎิสนธิ แม้จะมีจำนวนเซลล์ไม่มาก เมื่อเทียบกับเสต็มเซลล์ที่ได้จากเนื้อเยื่อ ที่โตเต็มวัย  แต่เนื่องจากมันมีความสามารถในการพัฒนาเป็นเซลล์อื่นๆของร่างกายได้  จึงนับว่าเป็นเสต็มเซลล์ที่มีประสิทธิภาพในการรักษาและวิจัยอย่างสูงสุด
  • เสต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อที่โตเต็มวัย (Adult stem cells) คือเสต็มเซลล์ที่เก็บจากเนื้อเยื่อที่โตเต็มวัย เช่นจาก ไขกระดูก เลือด ผิวหนัง ฟันน้ำนมเป็นต้น
และมีการจำแนกตามความสามารถ ในการนำไปพัฒนาได้อีก 3 ชนิดคือ 
  1. Totipotent cells คือเซลล์ที่พัฒนาไปได้แบบไม่จำกัด เช่นเซลล์ตัวอ่อนมนุษย์
  2. Pluripotent cells  คือเซลล์ที่พัฒนาไปได้หลายแบบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเนื้อเยื่อต่างๆของสิ่งมีชีวิต 
  3. Unipotent cells คือ เซลล์ที่พัฒนาไปเป็นเซลลล์จำเพาะ ชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น 
ปัจจุบันได้มีนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยมากมายที่สนใจในการนำเสต็มเซลล์ หรือ เซลล์ต้นกำเนิดมาใช้ในการรักษาโรค เช่นโรค ลิวคีเมีย (Leukemia) ธาลัสซีเมีย (Thalassemia) อัลไซม์เมอร์ (Alzheimer) กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เบาหวาน พาร์กินสัน (Parkinson) อัมพาตไขสันหลัง ให้หายขาดได้ 


จากคลิปจะเห็นได้ว่าในเสต็มเซลล์ ก็ยังมีไมโตคอนเดรีย การเพาะเลี้ยงเต็มเซลล์นั้นก็คือการเพาะเลี้ยงให้ได้เสต็มเซลลล์จำนวนมาก คือการให้อาหารกับไมโตคอนเดรีย เมื่อไมโตคอนเดรียได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ก็จะทำให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์เพิ่มขึ้น เมื่อได้เซลล์ในปริมาณที่มากพอแล้ว ก็จะนำเซลล์เหล่านั้นใส่กลับมาในร่างกายเรา ซึ่งการทำเสต็มเซลล์นั้นต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมาก  

แต่วันนี้ด้วยผลงานการค้นคว้าและวิจัยกว่า 10 ปีของ ดร.พงษ์ศักดิ์ ละไมพิศ  ทำให้เราทราบว่า การที่ร่างกายเกิดการเจ็บป่วย เกิดจากไมโตคอนเดรียเสื่อม หรือมีจำนวนน้อยลง จึงไม่สามารถทำให้ร่างกายผลิตพลังงานออกมาในรูปแบบต่างๆได้อย่างสมบูรณ์ ดร.พงษ์ศักดิ์ จึงได้ค้นคว้าถึงวิธีการที่จะทำให้ร่างกายกลับมาผลิตพลังงานต่างๆได้อย่างสมบูรณ์อีกครั้ง   

นั่นคือการฟื้นฟูไมโตคอนเดรีย  การเพิ่มจำนวนไมโตคอนเดรียและการนำอาหารไปถึงไมโตคอนเดรียอย่างรวดเร็ว จะสามารถฟื้นฟูการทำงานต่างๆของร่างกายให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ คอนโทรล จึงเป็น นวัตกรรมการผลิตอาหารมหัศจรรย์เพื่อไมโตคอนเดรีย อย่างแท้จริง 

เนื่องจากการผลิตด้วยเทคโนโลยี่นาโนชีวภาพ เพื่อทำให้อาหารมีขนาดโมเลกุลเล็กที่สุดระดับนาโน เพื่อให้สามารถซึมผ่านเยื่อเลือดของไมโตคอนเดรียได้อย่างรวดเร็ว ด้วยวิธีการนี้เอง จึงทำให้เกิดเรื่องราวอันมหัศจรรย์ขึ้นในโลกใบนี้ขึ้นกับผู้ป่วยที่จะได้มีโอกาสรับประทานคอนโทรล เพียง 3 หรือ 7 วัน การรับประทาน คอนโทรล อย่างสม่ำเสมอ จึงส่งผลให้ร่างกายผลิตเซลล์ใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง  เทียบได้กับการทำเสต็มเซลล์ ให้แก่อวัยวะต่างๆทั่วร่างกายได้ตลอดเวลา

คอนโทรล ซี กับ มะเร็ง เนื้องอก ไวรัสตับอักเสบ ริดสีดวงทวาร สิว 
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอนโทรล ซี นั้น  ประกอบด้วยอาหารกลุ่มธัญพืช  เช่นโปรตีนจากถั่วเหลือง  จมูกข้าว เส้นใยของเห็ดชิตาเกะ เส้นใยของเห็ดหลินจือ และเห็ดกระดุม หรือเห็ดแซมปิยอง  ซึ่งมีบทบาทในการรักษาและป้องกันมะเร็งในเต้านมมากที่สุด ซึ่งส่วนประกอบเหล่านี้มีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระได้สูง  คอนโทรลซี จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง เนื้องอก ริดสีดวงทวาร สิว  ไวรัสตับอักเสบ โรคติดเชื้อต่างๆ ผู้มีความเครียด และผู้มีความเสี่ยงในข่ายเกิดโรคมะเร็ง หรือถ้าคุณไม่ได้เป็นโรคอะไรก็สามารถรับประทาน คอนโทรล ซี ได้  อย่าลืมว่าทุกวันเซลล์เกิดและตายอยู่ตลอดเวลา การรับประทานสารอาหารในแต่ละวันร่างกายยังคงไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วนอย่างเพียงพอกับการมีชิวิตอยู่ ในภาวะแวดล้อมที่สับสนวุ่นวาย ไม่สะดวกง่ายอย่างเมื่อ 100 ปีก่อน คอนโทรล ของ ดร.พงษ์ศักดิ์ ละไมพิศ จึงเป็นตัวช่วยพลิกฟื้นสุขภาพในมิติใหม่ของโลกปัจจุบัน ที่เกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินทอง ในสยามประเทศนี้เอง ต่อการช่วยต่อสู้กับภาวะแวดล้อมปัจจุบัน ที่นับวันมีแต่จะเลวลงไปเรื่อยๆในทุกๆด้าน

โรค sle ผิวหนังหายขาดได้ด้วย คอนโทรล อาหารที่สร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย


โรค  SLE เป็นโรคหนึ่งในกลุ่มโรคแพ้ภูมิตนเอง  หรือ autoimmune disease ย่อมาจาก Systemic   Lupus Erythematosus  ที่เรียกเช่นนั้นเพราะโรคนี้ โดยรวมเกิดจากการอักเสบที่ไม่ใช่การติดเชื้อ เกิดขึ้นเนื่องจากภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเอง  (ซึ่งโดยปกติจะสร้างไว้เพื่อเพื่อทำลายและป้องกันการติดเชื้อ ) ถูกสร้างเพื่อต่อต้านเนื้อเยื่อของร่างกายตนเอง  การอักเสบจะเกิดขึ้นกับอวัยวะใดก็ได้ในร่างกาย  ซึ่งในผู้ป่วยแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน  ดังนั้นการรักษาจึงมักจะแตกต่างกันไป


สาเหตุของโรค SLE 

เนื่องจากผู้ที่เป็นโรค SLE เป็นโรคที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านเนื้อเยื่อของตนเอง  จะพบว่าระบบการควบคุมการสร้างงและทำลายภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่ปกติ แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่น่าเชื่อว่าน่าจะเกิดมาจากปัจจัยทั้งทางด้าน พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจก่อให้เกิดโรค SLE ได้แก่แสงอัลต้าไวโอเล็ตที่มีผลค่อนข้างแน่ชัด  และยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้โรค SLE เกิดกำเริบได้  และในยาบางตัว โดยเฉพาะยาในกลุ่มลดความดันโลหิตสูง  ยาโรคหัวใจ ยากันชัก ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค SLE ได้เช่นกัน ซึ่งการสำรวจพบว่า คนในแถบเอเชียจะป่วยเป็นโรคนี้มากกว่าคนทางตะวันตก 

ความแตกต่างของโรค SLE ในเด็กและในผู้ใหญ่ 
จากการศึกษาข้อมูลทางระบาดวิทยาในประเทศไทยพบว่า ประมาณ 15-20 % เกิดขึ้นในเด็กก่อนอายุ 18 ปีบริบูรณ์  โดยอาการของโรคเกิดได้ตั้งแต่หลังคลอดจนถึงวัยผู้ใหญ่  จะเกิดมากในช่วงอายุ 10-14 ปี (40%) รองลงมาเป็นช่วงอายุ 15-19 ปี และช่วงอายุ 5-9 ปีตามลำดับ 
อาาการของโรคพบว่าจะมีอาาการเกี่ยวกับไขข้อ ผิวหนัง ไต และอาการทางประสาท ดูเหมือนจะพบในเด็กมากกว่าในผู้ใหญ่  ซึ่งโรค SLE ในเด็กจะมีอาการรุนแรงมากกว่า  โรคจะกำเริบได้เร็วกว่าในผู้ใหญ่ 
การรักษาและการใช้ยาในเด็กต่างจากผู้ใหญ่  เนื่องจากต้องคำนึงถึงผลในระยะยาว ที่อาจส่งผลถึงจิตใจของเด็กโดยตรง จากการใช้ยากดภูมิคุ้มกันและการอ่ักเสบในเด็กแตกต่างกับในผู้ใหญ่ เนื่องจากในเด็กอยู่ในวัยโดยเฉพาะผลต่อการเจริญเติบโต และการพัฒนาการ การตอบสนองต่อการรักษาและผลข้างเคียงที่เซลล์มีการเจริญเติบโตอยู่ตลอดเวลา  ทำให้การตอบสนองต่อยาบางชนิดอาจจะดีกว่า  ถ้าได้รับการบำบัดในระยะแรกๆของโรค  และผลข้างเคียงของยาก็น้อยกว่าในผู้ใหญ่ 

อาการที่มักแสดงออกในผู้ป่วยที่เป็นโรค SLE 
โรค SLE เกิดจากการอักเสบของหลายๆอวัยวะ  ในเด็กอาการส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยจำเพาะ จึงทำให้การวินิจฉัยล่าช้า เป็นผลให้การรักษาล่าช้าตามไปด้วย  อย่างไรก็ตามให้สังเกตุว่าหากพบว่ามีอาการเหล่านี้  ควรสงสัยว่าจะเป็นโรค SLE เอาไว้ก่อน 

  1. มีไข้เรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ
  2.  มีอาการเพลียมากผิดปกติติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
  3. มีอาการเบื่ออาหารรวมถึงน้ำหนักลด
  4. รู้สึกเพลียมากขึ้น หรืออาจมีผื่นขึ้นด้วยเมื่อถูกแสงแดด
  5. มีผื่นขึ้นโดยเฉพาะที่หน้า และส่วนอื่นๆของร่างกายที่ไม่ได้เกิดจากผื่นแพ้
  6. มีอาการปวด บวมตามข้อโดยเฉพาะตอนเช้าก่อนตื่นนอน
  7. มีอาการผมร่วงมากขึ้น
  8. มีอาการบวมตามตัว ตามหน้า หรือตามเท้า
  9. มีประวัติเป็นโรคที่อาจไม่ได้รับการวินิจฉัยที่แน่นอน

การวินิจฉัยโรค SLE 
เนื่องจาก SLE ยังเป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด  เช่นเดียวกับโรครูมาติก หรือโรคแพ้ภูมิตนเอง  จึงได้มีการกำหนดเกณฑ์ในการวินิจฉัยเอาไว้  เพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัย สื่อสารระหว่างแพทย์  และการวิจัยต่อไปโดยผู้ป่วยจะต้องมี 4 อาการ ใน 11 อาการ ที่จะกล่าวต่อไป  ซึ่งจะมีความแม่นยำถึง 96%  แต่อาการทั้ง 4 ไม่จำเป็นต้องมีในเวลาเดียวกัน  แพทย์เฉพาะทางโรคข้อและ รูห์มาติกเด็ก สามารถจะบอกและให้การวินิจฉัยได้เร็วกว่า ซึ่งบางครั้งอาการดังกล่าวอาจจะรอไม่ได้

การรักษา
ถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ  ก็สามารถรักษาโรคดังกล่าวได้  ดังที่ทราบกันว่า การอักเสบหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ก็แก้ไขไม่ได้ คือเกิดพังผืด (fibrosis)  ของอวัยวะนั้นๆ เช่นที่ผิวหนัง ....เกิดรอยแผลเป็น ที่ไต ...ไตจะทำงานไม่ปกติ  หรืออาจเกิดไตวาย  ที่สมองและกล้ามเนื้อ...เกิดพังผืดและแผลเป็น เป็นต้น ยาส่วนใหญ่จะเป็นยาในกลุ่มลดการอักเสบ และกดภูมิคุ้มกัน (Immunosuppressive  agents)  แพทย์จะตัดสินใจตามอาการและอาการแสดงตลอดจนอวัยวะที่อักเสบ ฉะนั้นการรักษาผู้ป่วยแต่ละรายจะแตกต่างกันไป และผลของการรักษาก็แตกต่างกันไปด้วย   เป็นที่น่าสังเกตุว่าเด็กชายมักมีอาการรุนแรงกว่าในเด็กผู้หญิง 
ยากลุ่มหลักๆที่ใช้รักษาผู้ป่วย SLE มีดังนี้ 
  1. ยากลุ่มลดการอักเสบหรือ NSAIDS.
  2. ยากดภูมิคุ้มกันในการรักษาอาการของอวัยวะหลัก
  3. ยาสเตียรอยด์ หากใช้นานก็มีผลข้างเคียงมากมาย และบางครั้งเป็นผลระยะยาวด้วย จึงทำให้มีการใช้ยาอื่น ทำให้แพทย์สามารถลดการใช้ยานี้ได้  และในขณะเดียวกันสามารถคุมการอักเสบ หรือโรคได้
  4. ยากลุ่มแก้มาลาเรีย เช่น hydroxychloquine
  5. ยารักษามะเร็ง แต่ใช้ในขนาดยาต่ำกว่า เพื่อหวังผลลดการอักเสบ เช่น azathioprine cyclophosphamide, cyclosporin,-A, myclophenorate mofetil เป็นต้น
ผลข้างเคียงของการใช้ยารักษา SLE  แพทย์ผู้รักษาจะต้องปรึกษากับผู้ปกครองก่อนจะเริ่มใช้ โดยจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานมีผลขางเคียง ระยะเวลาที่ใช้และข้อควรระวัง  ก่อนใช้ยาแต่ละตัวเสมอ  เพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อผู้ป่วยและผู้ปกครอง ลดการเข้าใจผิดและการใช้ยาผิดพลาด  ซึ่งผลเสียจะมีอันตรายมาก

โรค SLE เป็นโรคที่ค่อนข้างรุนแรง  เมื่อเทียบกับโรคอื่นๆ ในวงการแพทย์ ถ้ารักษาไม่ทันท่วงทีจะเกิดการเสียอวัยวะไปอย่างถาวร จากการเกิดพังผืด หรืออาจเสียชีวิตได้ในช่วงระยะเวลาอันสั้น แต่โรคสามารถควบคุมได้โดยแพทย์เฉพาะด้าน ซึ่งปัจจุบันผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตได้เป็นปกติเหมือนเดิมทั่วๆไปได้

สาเหตุการตายของผู้ป่วยกลุ่มนี้ เป็นได้จาก
  1. จากตัวโรคเอง โดยเฉพาะการอักเสบของโรคหัวใจ  ไต หลอดเลือด และสมอง
  2. จากการรักษาดังกล่าวข้างต้น  โดยส่วนใหญ่ยาที่ใช้ เป็นยากดภูมิคุ้มกัน ทำให้มีโอกาสติดเชื้อต่างๆสูงมากขึ้น ฉะนั้นหลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค SLE  และได้รับยากลุ่มนี้ จึงต้องระวังมากขึ้น ในการป้องกันการติดเชื้อ  และถ้าเกิดขึ้นต้องรีบปรึกษาแพทย์ประจำตัวให้เร็วที่สุด
ควรปฎิบัติอย่างไร เมื่อเป็นโรค SLE 
  1. เรียนรู้โรค SLE จากแพทย์และสื่ออื่นๆ  เพื่อทำความเข้าใจโรคให้ดีขึ้น 
  2. เอาใจใส่มากขึ้นต่ออาการเจ็บป่วย เล็กๆน้อยๆของผู้ป่วย
  3. หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดให้มากที่สุด  สำหรับผู้ป่วย เช่นวิชาพละกลางแดดที่โรงเรียน
  4. ต้องแน่ใจว่าผู้ป่วยได้รับประทานยาตามแพทย์สั่ง อย่างเคร่งครัด และไม่ควรให้ผู้ป่วยรับยาอื่น ที่ไม่ได้มาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  ที่สำคัญไม่ควรลดหรือเพิ่มยา โดยไม่ได้รับการปรึกษาจากแพทย์ผู้สั่ง
  5. เมื่อมีข้อสงสัยในอาการของผู้ป่วย หรือไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้ป่วย ควรรีบติดต่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่รักษาผู้ป่วยโดยทันที
  6. ต้องแน่ใจว่ามีวิธีติดต่อแพทย์ผู้รักษาได้ในกรณีฉุกเฉินได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  7. ไม่ควรจำกัดการเล่น การเข้าสังคม หรือ activity ของผู้ป่วย พยายามให้ผู้ป่วยมีชีวิตสังคม และครอบครัวให้เป็นปกติให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ แพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำเอง  ถ้าผู้ป่วยจะตัองถูกจำกัด activity 
  8. ควรรักษาการนัดและติดตามกับแพทย์ผู้รักษาโดยเคร่งครัด
  9. หากผู้ป่วยมีอาการทางไตร่วมด้วย  หรือได้รับยาสเตียรอยต์  อาจจะต้องมีการจำกัดอาหารบางประเภท ซึ่งแพทย์จะให้การแนะนำ
  10. สำหรับลูกที่เป็นวัยรุ่น การใช้ยาคุมกำเนิดควรได้รับการหารือกับแพทย์ก่อน การใช้ยา เนื่องจากยาคุมกำเนิดบางประเภททำให้โรค SLE  กำเริบและควบคุมยากขึ้น

คอนโทรล อาหารพลิกชีวิต   ที่ช่วยให้ร่างกายสามารถกลับมาสร้างภูมิต้านทานได้อีกครั้ง
จากรูปคุณลุงสหัสเป็นโรค SLE ผิวหนังมา 30 กว่าปี  รับประทานแต่ยากดภูมิมาตลอด จนได้มีโอกาสรับประทาน คอนโทรล ดี ได้ประมาณ 1 เดือน ( 8 กระปุก)  อาการเจ็บป่วยต่างๆ ที่ทุกข์ทรมานมาตลอด 30 ปี แทบไม่เหลือร่องรอยเอาไว้เลย  เป็นการอคอยที่ยาวนานที่จะมีชีวิตเหมือนคนปกติ ได้จบลงอย่างงดงาม ด้วยอาหารพลิกชีวิตด้วย คอนโทรล ดี 

อันเป็นผลของความมุ่งมั่นและความตั้งใจอย่างแน่วแน่ของ ดร.พงษ์ศักดิ์ ละไมพิศ มาตลอดเวลา 10 ปี ทำการศึกษาวิจัย ค้นคว้าจนพบ คอนโทรล นวัตกรรมอาหารในมิติใหม่เพื่อไมโตคอนเดรียโดยเฉพาะ 

ในที่สุดสิ่งที่นักเภสัชศาสตร์ก็ดี นักชีวะวิทยาก็ดี นักวิจัยเรื่องการฟื้นฟูเซลล์ก็ดี ได้ติดตามค้นหาตัวช่วยฟื้นฟูเซลล์ เพื่อช่วยยืดอายุขัยของมนุษย์ซึ่ง ดร.พงษ์ศักดิ์ ละไมพิศ ได้ประสบผลสำเร็จที่ได้มานะพยายามมากว่า 10 ปี เป็นนวัตกรรมอาหารจากธรรมชาติให้แก่มวลมนุษย์ชาติได้พิจารณานำไปใช้แก้ปัญหาของตนๆ

ข่าวดีสำหรับท่านสาธุชนที่สนใจใน Kontrol C&D มีจำหน่ายที่ tomu.co.th  (โดยติดต่อที่โทร  02 693 8384-5 ฝ่ายบริการลูกค้า) ซึ่งปัจจุบันยังสามารถสมัครเป็นสมาชิกในระบบจัดจำหน่ายของที่นี่ได้ฟรี โดยอ้างอิง สมศักดิ์ อรรถวรรณ สมาชิกหมายเลข 93427 แล้วท่านสามารถใช้สิทธิ์สั่งซื้อ Kontrol C หรือ D ได้ในราคาสมาชิกราคาขวดละ 1,800 บาท (ราคาขายปลีก 2,500 บาท) เมื่อท่านสั่งซื้อ 2 ขวดก็จะได้รับตำแหน่งซิลเวอร์มีสิทธิ์ได้รับโบนัสจากระบบการขายในโอกาสต่อๆไป เมื่อได้แนะนำสมาชิกเข้ามาเพิ่มขึ้น หรือใช้ คอนโทรล ซี หรือ ดี เป็นตัวช่วยฟื้นฟูสุขภาพ ให้แก่ญาติมิตรและเพื่อนๆ ได้พิจารณาทดลองใช้ด้วยตนเอง ไม่ต้องไปพึ่งพาการทำเสต็มเซลล์ซึ่งต้องใช้ค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เปิดโอกาสให้ได้รับประทานฟรีต่อไปในภายหน้า ยินดีให้คำแนะนำเพิ่มเติมหลังไมค์ฯ  ที่ท้ายหน้าด้านล่างซ้าย

สำหรับหลายๆท่านที่มีปัญหาในเรื่องโรคกระดูกต่างๆ เช่นปวดเข่า เป็นต้น ท่านจะเลือกใช้ kontrol D .ในการแก้ปัญหา แต่ข่าวจากผู้ที่ใช้แก้ปัญหาในเรื่องกระดูกนั้น ร่างกายจำเป็นต้องได้รับสารตั้งต้นในการซ่อมเสริมกระดูกเป็นพิเศษ และได้ทราบมาจากท่านเภสัชกรอีกว่า หากท่านเลือกใช้ แคลเซี่ยมชนิดเป็นเม็ด ได้ผลต่ำ ควรใช้ประเภทผงละลายน้ำโดยใช้ร่วมกับ แม็กนีเซี่ยม เพื่อเพิ่มการดูดซึมให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผลิต แคลเซี่ยม ผสมแม็กนีเซี่ยมชนิดละลายน้ำเอาไว้ด้วยกัน ใช้งานสะดวก ท่านอาจโทรถามเพิ่มเติม ที่ 023638866 ในนามผลิตภัณฑ์ แม็ก-แคล  เอามาแบ่งปันกันโดยไม่ได้ร่วมทำธุรกิจกับเขาแต่อย่างใด หากท่านสนใจก็ลองไถ่ถามเอารายละเอียด ก่อนจะสั่งซื้อมาใช้ร่วมกับ kontrol D เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมกระดูกส่วนที่บกพร่องได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

เชิญทุกท่านร่วมสร้างบุญกุศลด้วยกัน....ส่งต่อข่าวสารแก่เพื่อนๆ ได้มีโอกาสได้ชมจิ๊กซอร์ต่างๆสำหรับนักค้นหาสาระชีวิต ต่อภาพส่วนตัวทั้งด้านโลกียะ และโลกุตระที่ ainews1.com จัดไว้บริการให้เพื่อนๆทุกเพศวัยทุกคน ฟรี  ที่ article385.html  share